7 เคล็ดลับง่ายๆ ห่างไกลจาก “โรคหัวใจ”

7 เคล็ดลับง่ายๆ ห่างไกลจาก “โรคหัวใจ”

7 เคล็ดลับง่ายๆ ห่างไกลจาก “โรคหัวใจ”

Sanook!

สนับสนุนเนื้อหา

เพื่อนๆ ชาว Sanook! ทราบกันหรือเปล่าคะว่า นอกจากมะเร็งจะเป็นโรคที่คร่าชีวิตคนไทยเป็นอันดับ 1 แล้ว ยังมีโรคหัวใจ และอีกสารพัดโรคที่เกี่ยวกับหัวใจติดอันดับต้นๆ อยู่ทุกปีด้วยเช่นกัน เพราะวิถีชีวิต พฤติกรรม และความเครียดทำให้คนไทยมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคหัวใจสูงมาก แต่ Sanook! Health มีเคล็ดลับง่ายๆ ที่จะช่วยให้คุณหลีกหนีจากโรคหัวใจกันค่ะ

 

1. นอนเร็ว ตื่นเช้า

เป็นเรื่องง่ายๆ ที่หลายๆ คนอาจทำไม่ได้ จะด้วยเรื่องของงานยุ่ง หรือเวลาในชีวิตไม่ปกติ ก็ทำให้เรื่องง่ายๆ เรื่องนี้ เป็นเรื่องที่หลายคนทำไม่ได้ แต่เชื่อเถอะค่ะว่าถ้าทำได้สุขภาพคุณดีขึ้นแน่ๆ และหัวใจของคุณก็จะแข็งแรงด้วย เพราะร่างกายได้พักผ่อนอย่างเพียงพอ ระบบภายในไม่แปรปรวน หัวใจไม่ต้องทำงานหนักไปพร้อมกับคุณ ทีนี้หัวใจก็แข็งแรงสุขภาพดี ไม่ล้มป่วยง่ายๆ แน่นอน นอกจากนี้หากคุณตื่นเช้า คุณก็จะมีเวลาทานอาหารเช้า ซึ่งเป็นมื้อที่สำคัญที่สุดของร่างกายเราด้วยนะ

 

2. ออกกำลังกายบ้าง

เคยดูละคร ดูหนัง แล้วเห็นภาพนักธุรกิจตัวอวบๆ เจ็บหน้าอก ล้มตึง แล้วเสียชีวิตกันบ้างหรือเปล่า เพราะเขาไม่มีเวลาไปออกกำลังกายนั่นเอง หากร่างกายเราไม่ได้ออกกำลังกาย เราก็จะอ้วน และไม่เข็งแรง เป็นหวัดคัดจมูก น้ำมูกไหลได้ง่ายๆ เช่นเดียวกันกับหัวใจ หากไม่ได้ออกกำลัง (หัวใจ) ก็ไม่แข็งแรง ต่อสู้กับโรคภัยต่างๆ ไม่ไหวเหมือนกัน เพิ่มกล้ามเนื้อ (หัวใจ) ด้วยการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอบ้าง เพื่อให้หัวใจได้สูบฉีดเลือด หัวใจเต้นตุบๆ บ้าง หัวใจจะได้แข็งแรงค่ะ (แต่ใครที่มีโรคประจำตัว โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับหัวใจอยู่แล้ว ควรปรึกษาแพทย์ก่อน เพื่อเลือกวิธีที่เหมาะสมในการออกกำลังกายนะคะ)

 

3. ผ่อนคลายบ้าง

วันหนึ่งๆ คุณนั่งอยู่หน้าจอคอม หรือนั่งทำงานอยู่บนเก้าอี้ตัวเดิมกี่ชั่วโมง เคยวัดกันหรือเปล่า? โดยปกติแล้วเราควรจะลุกขึ้นยืน เดิน ยืดเส้นยืดสาย หรือพักสายตาทุกๆ 1-2 ชั่วโมงด้วยซ้ำนะ ถึงแม้งานเร่งมาก หรือกำลังมีสมาธิกับงานมากขนาดไหนก็ตาม เราก็ควรจะพัก เบรกสั้นๆ บ้าง เพื่อผ่อนคลายสมอง รัยรองว่าหลังเบรกจะปั่นงานคล่องขึ้น สมองลื่นไหนขึ้นแน่นอน นอกจากพักเบรกระหว่างวันแล้ว เย็นวันศุกร์ หรือวันเสาร์อาทิตย์ ก็ควรหาเวลาทำกิจกรรมกับคนรัก ครอบครัว หรือเพื่อนๆ กันบ้าง แค่ได้คุย ได้หัวเราะกับคนที่คุณรัก นอกจากความสัมพันธ์ของคุณกับคนอื่นๆ จะดีขึ้นแล้ว คุณก็ช่วยให้หัวใจของคุณกระปรี้กระเปร่า ไม่เหี่ยวเฉา และผ่อนคลายทั้งใจทั้งสมองได้จริงๆ นะ

 

4. ดื่มน้ำเยอะๆ

หลายคนทำงานรีบเร่ง แถมยังรีบกินเพื่อจะได้กลับไปปั่นงานต่ออีก เรื่องเล็กๆ น้อยๆ อย่างน้ำดื่ม บางทีก็มีลืมบ้าง อยากให้ดื่มน้ำเยอะๆ เพื่อช่วยให้หัวใจสูบฉีดโลหิตได้ง่ายขึ้น หัวใจจะได้ทำงานเหนื่อยน้อยลง แถมยังช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง ขับถ่ายคล่องขึ้นอีกด้วยนะ

 

5. ลดของมัน ของทอด หรือแป้งขัดสี

เพราะของที่อุดมไปด้วยไขมันเหล่านี้ ก่อให้เกิดโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ ซึ่งจะทำให้หัวใจต้องบีบตัวเพื่อสูบฉีดเลือดหล่อเลี้ยงร่างกายหนักขึ้น เมื่อหัวใจต้องเหนื่อยมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า ก็เสี่ยงต่อโรคหัวใจล้มเหลวได้อีก เพราะฉะนั้นควรหันไปหาอาการที่ย่อยง่าย เช่นผักผลไม้ ข้าวไม่ขัดสี เพื่อช่วยให้หัวใจทำงานสะดวกขึ้น

 

6. นั่งสมาธิ

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ว่าการนั่งสมาธิไม่ใช่เพียงแค่ช่วยฝึกจิตใจให้สงบ หรือเป็นหลักปฏิบัติทางศาสนาพุทธแต่เพียงอย่างเดียว แต่ยังส่งผลดีต่อร่างกาย สมอง และหัวใจจริงๆ อีกด้วย เพราะการนั่งสมาธิเป็นการฝึกกำหนดจังหวะการหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอ ผ่อนคลายสมองด้วยคิดถึงแต่เรื่องการหายใจ ไม่คิดฟุ้งซ่านเรื่องเครียดๆ และหัวใจก็ได้ทำงานอย่างเป็นระบบระเบียบ สงบนิ่ง จะทำก่อนนอนวันละ 10 นาที ก็ช่วยหัวใจของคุณได้มากแล้วล่ะค่ะ

 

7. มองโลกในแง่ดี

สาเหตุหลักๆ ของโรคหัวใจ นอกจากพฤติกรรมในการใช้ชีวิตแล้ว ยังมาจาก “ความคิด” ของเราอีกด้วย หากเราเจอปัญหาแล้วมัวแต่คิดว่ามันเป็นปัญหาที่แก้ไขไม่ได้ หรือคิดแต่ไปในทางแย่ๆ ไม่มีอะไรดีขึ้นมาแน่นอนอยู่แบบนี้ ความเครียดก็จะสะสม จนส่งผลต่อการทำงานของหัวใจเช่นเดียวกัน ดังนั้นหากคุณลองปรับทัศนคติที่มีต่อปัญหาต่างๆ ให้ดีขึ้น มองปัญหาหลายๆ ด้าน มองหามุมดีๆ ของเหตุการณ์นั้นๆ ค่อยๆ แก้ปัญหาอย่างมีสติ รับรองว่าปัญหาไหนๆ ก็ไม่อาจเข้ามาทำร้ายหัวใจของคุรได้อย่างแน่นอน

 

เคล็ดลับง่ายๆ เพียงเท่านี้ ก็ช่วยทะนุบำรุงหัวใจของคุณให้สดใส แข็งแรง เหมือนหัวใจวัยรุ่นหนุ่มสาวได้แล้วล่ะค่ะ คราวนี้ก็เหลือแต่ให้คนรู้ใจ มาช่วยดูแลหัวใจของคุณด้วย เท่านี้ก็เพอร์เฟ็คแล้ว จริงไหม?

6 สัญญาณอันตราย ก่อน “ไหลตาย”

6 สัญญาณอันตราย ก่อน “ไหลตาย”

"หวัดเรื้อรัง" เมื่อไหร่จะหายสักที

"หวัดเรื้อรัง" เมื่อไหร่จะหายสักที

ปวดหัวแบบไหน เสี่ยง “เนื้องอกในสมอง”

ปวดหัวแบบไหน เสี่ยง “เนื้องอกในสมอง”

5 โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ พบมากไม่แพ้เอดส์

5 โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ พบมากไม่แพ้เอดส์

ชาปลายมือปลายเท้า เป็นโรคอะไร?

ชาปลายมือปลายเท้า เป็นโรคอะไร?

5 ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับโรคเบาหวานที่คุณอาจไม่เคยรู้

5 ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับโรคเบาหวานที่คุณอาจไม่เคยรู้

จริงหรือไม่? อาหารปิ้งย่าง ตัดส่วนไหม้ออก ลดเสี่ยงมะเร็ง?

จริงหรือไม่? อาหารปิ้งย่าง ตัดส่วนไหม้ออก ลดเสี่ยงมะเร็ง?

ปวดหัวบ่อยแค่ไหน ถึงเรียกว่า “ผิดปกติ”

ปวดหัวบ่อยแค่ไหน ถึงเรียกว่า “ผิดปกติ”

เตือน! “โรคลีเจียนแนร์” นักท่องเที่ยวเสี่ยงติดเชื้อจากโรงแรม-ที่พัก

เตือน! “โรคลีเจียนแนร์” นักท่องเที่ยวเสี่ยงติดเชื้อจากโรงแรม-ที่พัก

ยืนยัน! ไข้เลือดออกสายพันธุ์ใหม่ไม่มีจริง ยังมี 4 สายพันธุ์เท่าเดิม

ยืนยัน! ไข้เลือดออกสายพันธุ์ใหม่ไม่มีจริง ยังมี 4 สายพันธุ์เท่าเดิม

ระวัง! โรคแทรกซ้อนจากภาวะ "ความดันสูง"

ระวัง! โรคแทรกซ้อนจากภาวะ "ความดันสูง"

ทำไม? ชาวออฟฟิศถึงเสี่ยงเป็น "กระเพาะปัสสาวะอักเสบ"

ทำไม? ชาวออฟฟิศถึงเสี่ยงเป็น "กระเพาะปัสสาวะอักเสบ"

4 สัญญาณอันตราย ได้เวลารักษา “รากฟัน”

4 สัญญาณอันตราย ได้เวลารักษา “รากฟัน”

มะเร็ง เกิดจากอะไร? ทำไมถึงไม่ได้เป็นกันทุกคน?

มะเร็ง เกิดจากอะไร? ทำไมถึงไม่ได้เป็นกันทุกคน?

9 สัญญาณอันตราย โรค "นิ่วในไต"

9 สัญญาณอันตราย โรค "นิ่วในไต"

7 สัญญาณอันตราย มะเร็งลำไส้ใหญ่

7 สัญญาณอันตราย มะเร็งลำไส้ใหญ่

เป็นโรคไต กินอะไร? ห้ามกินอะไร?

เป็นโรคไต กินอะไร? ห้ามกินอะไร?

โบ แวนดา ย้ำ! อย่าเสี่ยงกับความรุนแรงของไข้เลือดออก

โบ แวนดา ย้ำ! อย่าเสี่ยงกับความรุนแรงของไข้เลือดออก

พฤติกรรมเสี่ยง 3 โรครวด เบาหวาน-ความดัน-ไตวาย

พฤติกรรมเสี่ยง 3 โรครวด เบาหวาน-ความดัน-ไตวาย

ติดเชื้อในกระแสเลือด คืออะไร? อันตรายแค่ไหน?

ติดเชื้อในกระแสเลือด คืออะไร? อันตรายแค่ไหน?

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์