ยาลดความอ้วนที่ถูกกฎหมาย มีจริงหรือเปล่า?

ยาลดความอ้วนที่ถูกกฎหมาย มีจริงหรือเปล่า?

ยาลดความอ้วนที่ถูกกฎหมาย มีจริงหรือเปล่า?

Sanook!

สนับสนุนเนื้อหา

ใครๆ ก็รู้ว่ายาลดความอ้วน เป็นวิธีที่ไม่ถูกต้องในการลดน้ำหนัก แต่จริงๆ แล้วตามคลินิก หรือโรงพยาบาลมียาลดความอ้วนที่ถูกกฎหมายขายอยู่บ้างหรือไม่? แล้วเราสามารถเดินดุ่มๆ ไปขอซื้อได้หรือเปล่า? Sanook! Health มีข้อมูลจาก สมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย มาเล่าสู่กันฟังถึงรายละเอียดของ กันค่ะ

อนึ่ง บทความฉบับเต็มที่กล่าวถึง “ยาลดความอ้วนกับอาการทางจิต” สามารถอ่านต่อได้ที่โพสจาก Facebook ด้านล่างค่ะ

 

__________________________________________________

 

ยาลดความอ้วนที่ถูกกฎหมายและถูกต้องตามทะเบียนยา

มีหลักๆ ที่พูดถึงและใช้(เคยใช้)กันบ่อยๆ อยู่แค่ 2-3 ตัวเท่านั้น

โดยหากแบ่งตามกลไกการออกฤทธิ์แล้วจะแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มได้แก่

1. ยาที่ออกฤทธิ์ผ่านระบบประสาทส่วนกลาง หรือพูดง่าย ๆ ก็คือออกฤทธิ์ที่สมองนั่นแหละ ยาในกลุ่มนี้เกือบทั้งหมดในทางกฎหมายแล้วจัดว่าเป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท แปลว่าห้ามจำหน่ายเองโดยร้านขายยาหรือในสถานลดน้ำหนักที่ไม่ใช่สถานพยาบาล แต่ในชีวิตจริงก็พบว่าสามารถหาซื้อได้ทั่วไปแบบไม่ยากเย็นอะไร ตัวอย่างยายอดนิยมในกลุ่มนี้ได้แก่

- ยาไซบูทรามีน (Sibutramine เป็นชื่อสามัญ แต่หลายคนอาจรู้จักในชื่อการค้ามากกว่าคือ Reductil) เป็นยาที่ในอดีตเป็นที่นิยมมาก และถูกต้องตามกฎหมาย ใช้กันเกลื่อนกลาดกันแทบจะทุกคลินิก แต่ต่อมาพบว่ายาตัวนี้มีอันตรายและมีผลข้างเคียงที่รุนแรงถึงชีวิต ทางบริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายจึงได้ขอถอนตัวยาของตัวเองออกจากทะเบียนยาไปในปี คศ. 2010 ทำให้ปริมาณการใช้ลดลงมาก เพราะถือว่าผิดกฎหมายและเป็นยาเถื่อนไปแล้ว แต่ในปัจจุบันก็ยังพอพบเห็นได้อยู่ตามร้านขายยาหรือคลินิก โดยลักลอบนำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งมีทั้งตัวยาของจริงที่มีเหลือค้างสต็อคอยู่ในบางประเทศ และตัวยาของปลอมที่ผลิตขึ้นมาเอง นอกจากนี้ยาไซบูทรามีนยังถูกนำมาใช้โดยการแอบผสมในกาแฟสำเร็จรูปที่อ้างว่าลดน้ำหนักหรือในอาหารสมุนไพรลดน้ำหนักต่าง ๆ เพื่อให้มีผลในการลดความอ้วน

กลไกการออกฤทธิ์ของยาไซบูทรามีนคือการกดสมองส่วนความอยากอาหาร ทำให้รู้สึกเบื่ออาหาร นอกจากนี้ยายังมีผลทำให้เพิ่มระดับของสารสื่อประสาทซีโรโทนิน (serotonin) นอร์อิฟิเนฟฟลิน (norepinephrine) และโดปามีน (dopamine) ซึ่งทั้งสามตัวเป็นสารที่มีผลต่อเรื่องของอารมณ์ และอาการทางจิต

การที่ร่างกายมีสารสื่อประสาทโดปามีนทำงานมากเกินปกติ → อาจจะมีผลทำให้เกิดอาการหูแว่ว หวาดระแวง เห็นภาพหลอนได้ ซึ่งเป็นกลไกเดียวกับการที่เสพยาบ้าหรือยาไอซ์แล้วเกิดอาการหลอน เพราะยาเสพติดทั้งสองตัวนี้มีผลเพิ่มการทำงานของสารสื่อประสาทโดปามีนเหมือนกัน

โดยผลข้างเคียงที่พบบ่อยของยากลุ่มนี้ได้แก่ ปวดหัว ปากแห้ง เบื่ออาหาร ท้องผูก ใจสั่นและนอนไม่หลับ แต่ผลข้างเคียงที่รุนแรงได้แก่ อาการซึมเศร้า (รวมไปถึงการฆ่าตัวตาย) หูแว่วหวาดระแวง (psychosis) และอาการแมเนีย (mania) นอกจากนี้ยังพบว่ามีผลทำให้เกิดโรคหลอดเลือดสมองตีบและโรคหัวใจขาดเลือดได้ ซึ่งเป็นเหตุผลให้ผู้ผลิตต้องยอมเลิกผลิตยาตัวนี้ไป

- ยาเฟนเทอมีน (Phentermine) แต่เดิมช่วงหนึ่งเคยตกเป็นรองยาไซบูทรามีน (ด้านความนิยม) แต่พอยาไซบูทรามีนเลิกจำหน่ายไป ก็กลับมาโดดเด่นเป็นยาที่ถูกใช้บ่อยที่สุดตัวหนึ่ง ยาตัวนี้ออกฤทธิ์คล้าย ๆ กับไซบูทรามีนคือกระตุ้นศูนย์ความอิ่มในสมอง ทำให้กินแล้วรู้สึกอิ่มไม่อยากอาหาร โดยหลักการแล้วที่จริงยาตัวนี้มีลักษณะคล้ายอนุพันธ์ของยาบ้า (amphetamine) ทำให้หากกินยาตัวนี้แล้ว โดนตรวจปัสสาวะ อาจพบว่า “ฉี่ม่วง” ได้ และอย่าแปลกใจที่หากใช้ไปนาน ๆ อาจจะมีผลข้างเคียงหูแว่วประสาทหลอนเหมือนเสพยาบ้าได้

โดยผลข้างเคียงที่พบบ่อยได้แก่ ใจสั่น ความดันสูง ปวดหัว นอนไม่หลับ ท้องผูก อารมณ์หงุดหงิด กระวนกระวาย ส่วนผลข้างเคียงที่รุนแรงได้แก่ อาการหูแว่วหวาดระแวง

*** ยาในกลุ่มนี้จำเป็นต้องอยู่ภายใต้การดูแลควบคุมของแพทย์อย่างใกล้ชิด และห้ามใช้ติดต่อกันนานเกินกว่า 2-3 สัปดาห์โดยเด็ดขาด ***

และ ข้อควรระวังอีกอย่างหนึ่งสำหรับยาในกลุ่มที่ออกฤทธิ์ที่ระบบประสาทส่วนกลางก็คือจะมีผลโยโย่เอฟเฟค (Yoyo effect) คือตอนที่กินยาอยู่ จะเบื่ออาหาร กินน้อย จนน้ำหนักลดลงจริง แต่พอเลิกกินก็จะกลับมากินเท่าเดิมหรือมากกว่าเดิม ทำให้หากไม่คุมอาหารหรือออกกำลังกายต่อไปด้วย จะกลับมาอ้วนเหมือนเดิมอย่างรวดเร็ว

2. ยาที่ออกฤทธิ์ขัดขวางการดูดซึมไขมันที่ลำไส้ ในปัจจุบันมีอยู่ตัวเดียวที่องค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริการับรองให้ใช้ได้ รวมถึงในไทยด้วยคือยาโอลิสแตต (Orlistat หรือชื่อการค้าคือ Xenical) ยาตัวนี้ออกฤทธิ์โดยทำการยับยั้งการย่อยสลายไขมันในอาหาร ทำให้ร่างกายไม่สามารถดูดซึมได้ ทำให้ปริมาณไขมันที่ดูดซึมเข้าสู่ร่างกายน้อยลง

หากเทียบกับยาในกลุ่มก่อนหน้านี้ ยาตัวนี้ถือว่ามีผลข้างเคียงที่น้อยกว่าเยอะ และค่อนข้างปลอดภัยกว่า รวมทั้งไม่มีผลข้างเคียงในเรื่องอาการทางจิต แต่ที่ทำให้ไม่ค่อยเป็นที่นิยมเท่าไหร่คือยามีผลข้างเคียงทำให้ถ่ายออกมาเป็นไขมัน เป็นมูก ๆ บางทีอาจมีไขมันซึมออกมาจนเปื้อนกางเกงในได้ ทำให้หลายคนรู้สึก อึ๋ย !!! ไม่ชอบใช้เท่าไหร่

แต่สิ่งที่คนมักเข้าใจผิดคือ คิดว่ากินยาตัวนี้แล้ว ไปกินแหลกยังไงก็ได้ไม่อ้วน ทำให้บางคนเล่นกินยาตัวนี้ก่อนจะไปกินบุปเฟห์หรืองานเลี้ยง เพราะคิดว่าจะได้กินเต็มที่ได้โดยไม่อ้วน แต่ที่จริงไม่ถูกต้อง !!! เพราะยาลดการดูดซึมไขมันได้เพียง 30-50% เท่านั้น ส่วนที่เหลือยังดูดซึมเข้าร่างกายได้อยู่ดี ผลก็คือ ”เอาไม่อยู่” ครับ ขืนทำแบบนี้บ่อย ๆ ยังไงน้ำหนักก็คงไม่ลด

ปล. ในรูปนี่คือยา Phentermine ครับ (เครดิตรูปเอามาจาก wikipedia)

ปล. 2 ใครกินยาลดความอ้วนหน้าตาคล้ายๆ แบบนี้อยู่ จำไว้นะครับว่าตามหลักแล้ว ห้ามกินเกิน 2-3 อาทิตย์ หากใครกินมาเป็นเดือนแล้ว ให้ระวังไว้ว่าอาจจะเกิดอันตรายได้นะครับ !!!

‪#หมอคลองหลวง

 

_______________________________

กล่าวโดยสรุปคือ ยาลดความอ้วนที่ถูกกฎหมายมีอยู่จริง แต่ต้องได้รับการดูแล และจ่ายยาจากแพทย์ และเภสัชกรอย่างใกล้ชิดเท่านั้น ไม่สามารถหาซื้อทานเองได้ เพราะนอกจากจะได้ผลข้างเคียงเป็น Yoyo Effect หรือน้ำหนักตัวเด้งเพิ่มขึ้นหนักกว่าเก่าอย่างที่เราอ่านเจอกันมากมายไม่หวาดไม่ไหวแล้ว ยังส่งผลให้สุขภาพเสื่อมโทรม จนอาจไม่กลับมาเป็นปกติได้ในอนาคต ดังนั้นหากอยากลดความอ้วนจริงๆ ควรออกกำลังกาย ควบคุมอาหาร หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญจะดีกว่าค่ะ

 

ยาลดความอ้วนกับอาการทางจิต ตอนที่ 1 ยาลดความอ้วน(จริงๆ)ผมโพสบทความนี้ขึ้นมาเล่าให้ฟังกัน เพราะพึ่งไปอ่านกระทู้ในพันทิป...

Posted by สมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย on Friday, August 29, 2014

 

ภาพประกอบจาก istockphoto

แพ้ยา ทำอย่างไร มีอาการอย่างไร หายแพ้ได้หรือไม่

แพ้ยา ทำอย่างไร มีอาการอย่างไร หายแพ้ได้หรือไม่

5 ข้อควรรู้ ก่อนใช้ยา “มหาหิงค์”

5 ข้อควรรู้ ก่อนใช้ยา “มหาหิงค์”

อยากลองไหม? วิตามินมาในรูปขนมเจลลี่หอมหวานแสนอร่อย

อยากลองไหม? วิตามินมาในรูปขนมเจลลี่หอมหวานแสนอร่อย

ชี้! คนไทยไตวายอันดับ 3 ในอาเซียน เผยกินยาแบบผิดๆ

ชี้! คนไทยไตวายอันดับ 3 ในอาเซียน เผยกินยาแบบผิดๆ

“พาราเซตามอล” กินพร่ำเพรื่อ เสี่ยงตับพัง

“พาราเซตามอล” กินพร่ำเพรื่อ เสี่ยงตับพัง

อันตรายจากสมุนไพรขับประจำเดือน กระชับมดลูก

อันตรายจากสมุนไพรขับประจำเดือน กระชับมดลูก

กินยาคุมแล้ว ทำไมยังท้องได้?

กินยาคุมแล้ว ทำไมยังท้องได้?

5 อันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการทาน “ฟ้าทะลายโจร”

5 อันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการทาน “ฟ้าทะลายโจร”

ระวัง! 5 ยาอันตรายขายเกลื่อนเน็ต เสี่ยงเสียชีวิต

ระวัง! 5 ยาอันตรายขายเกลื่อนเน็ต เสี่ยงเสียชีวิต

10 ข้อควรรู้ก่อน “ดมยาสลบ” เพื่อรับการผ่าตัด

10 ข้อควรรู้ก่อน “ดมยาสลบ” เพื่อรับการผ่าตัด

อย่ากิน! “ไซบูทรามีน” ในอาหารเสริมลดน้ำหนัก เสี่ยงเสียชีวิต!

อย่ากิน! “ไซบูทรามีน” ในอาหารเสริมลดน้ำหนัก เสี่ยงเสียชีวิต!

ยาคุมกำเนิด กินอย่างไรให้ถูกวิธี ป้องกันการตั้งครรภ์ได้แน่นอน

ยาคุมกำเนิด กินอย่างไรให้ถูกวิธี ป้องกันการตั้งครรภ์ได้แน่นอน

มีจริงหรือ? “ยาป้าย” อาวุธร้ายของมิจฉาชีพ

มีจริงหรือ? “ยาป้าย” อาวุธร้ายของมิจฉาชีพ

ยาพาราเซตามอล เม็ดเดียว หรือ 2 เม็ดดี?

ยาพาราเซตามอล เม็ดเดียว หรือ 2 เม็ดดี?

5 วิธีกินยาสมุนไพรแบบผิดๆ เสี่ยงอันตรายถึงชีวิต

5 วิธีกินยาสมุนไพรแบบผิดๆ เสี่ยงอันตรายถึงชีวิต

น่าเป็นห่วง! ฟาร์มหมูไทย เสี่ยงแพร่เชื้อดื้อยา เพราะ “โคลิสติน”

น่าเป็นห่วง! ฟาร์มหมูไทย เสี่ยงแพร่เชื้อดื้อยา เพราะ “โคลิสติน”

ยาดักจับไขมัน ลดความอ้วนได้จริง หรืออันตรายถึงชีวิต?

ยาดักจับไขมัน ลดความอ้วนได้จริง หรืออันตรายถึงชีวิต?

“ยาฉีด” หายเร็วกว่า “ยากิน” จริงหรือ?

“ยาฉีด” หายเร็วกว่า “ยากิน” จริงหรือ?

ไขข้อสงสัย! “พาราเซตามอล” ทานเม็ดเดียว หรือ 2 เม็ด?

ไขข้อสงสัย! “พาราเซตามอล” ทานเม็ดเดียว หรือ 2 เม็ด?

ข้อควรระวัง ก่อนกิน “ยาแก้แพ้”

ข้อควรระวัง ก่อนกิน “ยาแก้แพ้”

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์