แนะวิธีดูแลตัวเอง ห่างไกลโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่

แนะวิธีดูแลตัวเอง ห่างไกลโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่

แนะวิธีดูแลตัวเอง ห่างไกลโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่

Sanook! (Rewrite)

สนับสนุนเนื้อหา

กรมการแพทย์เผยคนไทยป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่อันดับต้น ๆ ระยะแรกไม่แสดงอาการ แนะทานผัก ผลไม้เมล็ดธัญพืช เลี่ยงเนื้อสัตว์และอาหารที่มีไขมันสูง ออกกำลังกายประจำทำจิตใจให้แจ่มใสจะห่างไกลจากโรคได้

นพ.สุพรรณ ศรีธรรมมา อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ลำไส้ใหญ่เป็นส่วนล่างของระบบทางเดินอาหารติดต่อโดยตรงกับลำไส้เล็กและส่วนปลายสุดคือทวารหนัก มะเร็งลำไส้ใหญ่พบได้ทั้งชายและหญิงในอัตราที่ใกล้เคียงกัน โดยเฉพาะวัยกลางคนที่มีอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป เชื่อว่าเกิดจากหลายปัจจัยรวมกันทั้งด้านสิ่งแวดล้อมที่มีมลพิษ ด้านพฤติกรรมการทานอาหาร เช่น ทานเนื้อสัตว์มาก ทานอาหารที่มีไขมันสูง และทานผักผลไม้ที่มีกากใยน้อยเป็นประจำ เป็นต้น และด้านพันธุกรรม เช่น โรคบางอย่างของลำไส้ใหญ่ที่เป็นโรคทางพันธุกรรมหรือติ่งเนื้องอกในลำไส้บางชนิดที่อาจกลายเป็นมะเร็งได้

นพ.สุพรรณ กล่าวว่า ผู้ป่วยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ในระยะแรกอาจไม่มีอาการแสดงใดๆ หรืออาจมีแค่อาการปวดท้อง แน่นท้องคล้ายโรคกระเพาะอาหาร และเมื่อเป็นในระยะที่มากขึ้นอาจมีการเปลี่ยนแปลงนิสัยในการขับถ่ายอุจจาระทั้งจำนวนครั้งและลักษณะของอุจจาระที่ออกมา มีเลือดและมูกออกทางทวารหนัก ท้องอืด ท้องเฟ้อ เรื้อรัง โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ น้ำหนักลด อ่อนเพลีย ซีด หรือโลหิตจาง โดยไม่ทราบสาเหตุ คลำก้อนได้บริเวณท้อง และมีการอุดตันของลำไส้ใหญ่ หากมีอาการดังกล่าวควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกต้อง การตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้นมีความสำคัญมากเพราะจะทำให้เพิ่มโอกาสการรักษาให้หายขาดได้ สำหรับการตรวจวินิจฉัยสามารถทำได้ด้วยการตรวจเลือดในอุจจาระ การตรวจลำไส้ใหญ่โดยการสวนแป้งแบเรียมเข้าไปทางทวารหนักและการส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่

"โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ถึงแม้จะเป็นกันมากแต่ก็สามารถป้องกันได้ด้วยการรับประทานอาหารให้ครบทุกหมู่ ทานผักผลไม้เป็นประจำ หลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์ส่วนที่ไหม้เกรียมจากการปิ้ง ย่าง ทอด รมควัน ลดอาหารไขมันสูง ควบคุมการขับถ่ายให้เป็นเวลา ส่วนผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไปหรือมีประวัติเคยเป็นโรคเกี่ยวกับทวารหนักและลำไส้ใหญ่อักเสบเรื้อรัง เนื้องอก หรือมีบิดา มารดา ญาติพี่น้อง เคยเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ ควรตรวจลำไส้และทวารหนักอย่างน้อยปีละครั้ง" อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าว

การดูแลสุขภาพให้ห่างไกลโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักควรเริ่มตั้งแต่เด็กโดยผู้ปกครองควรปลูกฝังให้เด็กทานอาหารที่มีประโยชน์ เช่น ปลาทะเล ผักผลไม้เพราะอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิดที่มีประโยชน์ต่อร่างกายช่วยให้ระบบย่อยอาหารและระบบขับถ่ายทำงานได้ดี ธัญพืชประเภทข้าวกล้อง ข้าวสาลี ข้าวโพด ลูกเดือย ธัญพืชที่ไม่ผ่านการขัดสีหรือขัดสีน้อยที่สุดจะมีคุณค่าทางโภชนาการสูง

นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงทานของทอด มัน เค็ม หวาน ปิ้ง ย่าง หมักดอง รวมถึงอาหารที่ถนอมด้วยเกลือและดินประสิว ไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มสุรา ออกกำลังกายเป็นประจำทำจิตใจให้แจ่มใส ไม่เครียด ก็จะทำให้มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงและช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งรวมถึงโรคต่างๆ ได้อีกด้วย

ระยะของมะเร็งลำไส้ใหญ่

มะเร็งลำไส้ใหญ่ขั้นที่ 0 (Stage 0) - มะเร็งลำไส้ใหญ่ในระยะนี้มักจะเรียนกันว่า ระยะก่อนมะเร็ง เป็นระยะที่จะพบมะเร็งได้ที่ผนังด้านนอกสุดของผนังลำไส้

มะเร็งลำไส้ใหญ่ขั้นที่ 1 (Stage 1) - ในระยะนี้จะพบมะเร็งที่เยื่อบุชั้นที่ 2 และ 3 ของลำไส้ใหญ่ แต่จะไม่พบมะเร็งที่ผนังด้านนนอกของลำไส้ใหญ่ หรือพบมากไปกว่านั้น ซึ่งในขั้นนี้จะมีชื่อเรียกว่า ดุ๊กเอ (Dukes’ A)

มะเร็งลำไส้ใหญ่ขั้นที่ 2 (Stage 2) - ในระยะนี้มะเร็งจะเริ่มแพร่กระจายไปที่ผนังลำไส้ใหญ่ แต่จะไม่มีการแพร่กระจายไปที่ต่อมน้ำเหลือง ซึ่งเป็นต่อมเล็กๆ ที่จะช่วยต่อสู้การติดเชื้อและโรค ในขั้นนี้มีชื่อเรียกว่า ดุ๊กบี (Dukes’ B)

มะเร็งลำไส้ใหญ่ขั้นที่ 3 (Stage 3) - ในระยะนี้มะเร็งจะเริ่มแพร่กระจายไปที่ผนังลำไส้ใหญ่และต่อมน้ำเหลือง แต่ยังไม่ลุกลามไปยังอวัยวะอื่นๆ ซึ่งในขึ้นนี้จะมีชื่อเรียกว่า ดุ๊กซี (Dukes’ C)

มะเร็งลำไส้ใหญ่ขั้นที่ 4 (Stage 4) - ในระยะสุดท้ายนี้ มะเร็งเริ่มแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่นๆ เช่น ตับ , ปอด ในขั้นนี้จะมีชื่อเรียกว่า ดุ๊กดี (Dukes’ D)

อาการของมะเร็งลำไส้ใหญ่

ในระยะแรกเมื่อเข้าสู่การเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่นั้น ผู้ป่วยอาจไม่แสดงอาการต่างๆ ให้เห็นอย่างชัดเจน อาทิ อาการเลือดออกทางทวารหนัก , อุจจาระปนเลือด หรือถ่ายอุจจาระเป็นเลือด , อุจจาระมีรูปร่างเปลี่ยนไป (เป็นเส้นเล็กลง) , ปวดเกร็งในท้อง

ในทางตรงกันข้าม มะเร็งลำไส้ตรงส่วนใหญ่มักจะแสดงอาการให้เห็นมากกว่าการเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ อาการที่ว่านั้น คือ อุจจาระปนเลือด , ท้องผูกสลับกับท้องเดินอย่างไม่มีสาเหตุ , ขนาดของเส้นอุจจาระเปลี่ยนไป หรือปวดเบ่ง ซึ่งเป็นลักษณะอาการที่ปวดถ่ายในขณะที่ไม่มีอุจจาระ หรือไม่สามารถขับถ่ายออกมาได้ หากว่าก้อนของอุจจาระมีขนาดใหญ่ขึ้นก็อาจจะไปเบียดอวัยวะข้างเคียง ทำให้เกิดการกลั้นปัสสาวะไว้ไม่อยู่ หรือปวด เนื่องจากมีการกดทับที่ก้น หรือฝีเย็บ

4 สัญญาณรู้ทันมะเร็งลำไส้ใหญ่

สัญญาณที่ 1

มีอาการปวดท้องเป็นพักๆ ในลักษณะที่เป็นการปวดสลับกับหายปวดตามจังหวะของลำไส้ที่มีการบีบตัวตามปกติ มีสาเหตุมาจากอุจจาระจะผ่านตำแหน่งของลำไส้ที่มีเนื้องอกได้ยากกว่าเดิม ทำให้มีอาการปวดเป็นพักๆ เมื่อก้อนเนื้องอกมีขนาดใหญ่ขึ้น อุจจาระก็จะยิ่งผ่านบริเวณนั้นได้ลำบากมากขึ้น อาการปวดก็จะค่อยๆ รุนแรงและมีการปวดบ่อยขึ้น

สัญญาณที่ 2

มีอาการท้องผูกสลับกับท้องเสีย ซึ่งนอกจากอาการปวดที่ได้บอกไปแล้วนั้น การขับถ่ายอุจจาระที่ผิดปกติไปจากเดิมจะทำให้มีอาการท้องผูกต่อเนื่องหลายวัน สลับกับการถ่ายอุจจาระเหลวในลักษณะที่มีมูกปนมา โดยอาการเช่นนี้อาจทำให้หลายคนเข้าใจผิดว่าเป็นอาการท้องเสียจากการติดเชื้อ แต่อาการที่ชี้ให้เห็นว่าเราอาจเป็นมะเร็งลำไส้นั้น ไม่ได้มีแค่อาการท้องเสียเพียงอย่างเดียว แต่ยังสลับกับอาการท้องผูก ถ่ายลำบาก เนื่องมาจากช่องว่างของลำไส้ใหญ่ที่แคบลงจากก้อนเนื้อที่เกิดขึ้น ส่วนการเกิดมูกก็เกิดขึ้นจากเซลล์มะเร็ง

สัญญาณที่ 3

มีอุจจาระเป็นมูกปนเลือด มีสาเหตุมาจากตัวเนื้องอกที่เกิดขึ้นในลำไส้ใหญ่นอกจากจะมีลักษณะเป็นก้อนแล้ว มักจะมีแผลแตกที่บริเวณก้อนร่วมด้วย ทำให้มีเลือดออกปนมากับอุจจาระเป็นระยะ

สัญญาณที่ 4

มีขนาดของอุจจาระที่เล็กลง โดยเกิดจากการที่รูของลำไส้ใหญ่แคบลง ฉะนั้น ก่อนกดชักโครก ให้หมั่นสังเกตลักษณะอุจจาระของตัวเองทุกครั้งว่ามีความผิดปกติหรือไม่

สาเหตุการเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่

การเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่นั้น ในทางการแพทย์ยังไม่ทราบสาเหตุการเกิดที่แน่ชัด แต่ได้มีการพบปัจจัยที่อาจมีส่วนทำให้เกิดโรคนี้ ได้แก่

การกลายพันธุ์ของยีน

เมื่อยีนในร่างกายมีการกลายพันธุ์ ก็จะไม่สามารถควบคุมการทำงานของเซลล์ได้ สุดท้ายก็จะเติบโตกลายเป็นเซลล์มะเร็งที่ลุกลามไปยังเซลล์ข้างเคียงก่อนที่จะก่อตัวเป็นเนื้อร้าย ซึ่งยีนนั้นมีอยู่ในทุกเซลล์ของร่างกายและถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมที่ควบคุมการทำงานของเซลล์ต่างๆ จากรุ่นหนึ่งไปสู่อีกรุ่นหนึ่งด้วย

การรับประทานอาหาร
ในปัจจุบัน รูปแบบการรับประทานอาหารมีความเปลี่ยนไปในหลากหลายด้าน ยิ่งในทุกวันนี้บ้านเราก็มักจะนิยมรับประทานอาหารในแบบตะวันตกมากขึ้น ซึ่งเป็นอาหารที่เต็มไปด้วยไขมัน มีกากใยอาหารต่ำ จากการสำรวจพบว่า ผู้ที่รับประทานอาหารในลักษณะนี้มีโอกาสที่จะเป็นมะเร็งลำไส้ แต่ยังไม่สามารถบอกถึงความพันธ์ของการเกิดโรคกับอาหารการกินที่ชัดเจน

สาเหตุอื่นๆ ที่อาจกระตุ้นให้เกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ เช่น 

    • พันธุกรรม : ในครอบครัวมีประวัติการป่วยเป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ โดยเฉพาะญาติที่เป็นสายตรง เช่น พ่อ แม่ พี่ หรือน้อง ก็จะมีความเสี่ยงในการเกิดโรค ที่สำคัญ ความเสี่ยงนั้นจะยิ่งเพิ่มมากขึ้น หากผู้ที่มีประวัติการป่วยเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่เป็นก่อนอายุ 45 ปี
    • อายุที่เพิ่มมากขึ้น : ยิ่งอายุที่เพิ่มมากขึ้น ความเสี่ยงที่จะเป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ก็จะมีมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป แต่ไม่ได้หมายความว่าอายุน้อยจะไม่พบ ซึ่งก็มีความเป็นไปได้ว่าจะป่วยด้วยโรคนี้ได้เช่นเดียวกัน
    • การอักเสบของลำไส้ : การอักเสบอาจเกิดขึ้นจากโรคเรื้อรังที่เกี่ยวกับลำไส้ใหญ่ อาทิ ลำไส้ใหญ่อักเสบ เป็นแผลเรื้อรัง หรือโรคโครห์น
    • ไม่ชอบเคลื่อนไหวร่างกาย
    • การสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์
    • การเข้ารับการฉายแสงเพื่อรักษามะเร็งบริเวณช่วงท้อง
    • ส่งผลจากโรคอื่นๆ อาทิ โรคอ้วน โรคเบาหวาน
"ความดันสูง" เพชฌฆาตเงียบ ทำลายหัวใจ-สมอง-ไต-ตา-หลอดเลือด

"ความดันสูง" เพชฌฆาตเงียบ ทำลายหัวใจ-สมอง-ไต-ตา-หลอดเลือด

สัญญาณเตือนภัย "อัมพฤกษ์ อัมพาต"

สัญญาณเตือนภัย "อัมพฤกษ์ อัมพาต"

“ปลายประสาทอักเสบ” ภัยเงียบผู้สูงวัย หากปล่อยนานเรื้อรังรักษายาก

“ปลายประสาทอักเสบ” ภัยเงียบผู้สูงวัย หากปล่อยนานเรื้อรังรักษายาก

“ไข้เลือดออก” ไม่มีสายพันธุ์ใหม่ แต่ทำไมรุนแรงถึงชีวิต

“ไข้เลือดออก” ไม่มีสายพันธุ์ใหม่ แต่ทำไมรุนแรงถึงชีวิต

6 สัญญาณอันตราย ก่อน “ไหลตาย”

6 สัญญาณอันตราย ก่อน “ไหลตาย”

"หวัดเรื้อรัง" เมื่อไหร่จะหายสักที

"หวัดเรื้อรัง" เมื่อไหร่จะหายสักที

ปวดหัวแบบไหน เสี่ยง “เนื้องอกในสมอง”

ปวดหัวแบบไหน เสี่ยง “เนื้องอกในสมอง”

5 โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ พบมากไม่แพ้เอดส์

5 โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ พบมากไม่แพ้เอดส์

ชาปลายมือปลายเท้า เป็นโรคอะไร?

ชาปลายมือปลายเท้า เป็นโรคอะไร?

5 ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับโรคเบาหวานที่คุณอาจไม่เคยรู้

5 ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับโรคเบาหวานที่คุณอาจไม่เคยรู้

จริงหรือไม่? อาหารปิ้งย่าง ตัดส่วนไหม้ออก ลดเสี่ยงมะเร็ง?

จริงหรือไม่? อาหารปิ้งย่าง ตัดส่วนไหม้ออก ลดเสี่ยงมะเร็ง?

ปวดหัวบ่อยแค่ไหน ถึงเรียกว่า “ผิดปกติ”

ปวดหัวบ่อยแค่ไหน ถึงเรียกว่า “ผิดปกติ”

เตือน! “โรคลีเจียนแนร์” นักท่องเที่ยวเสี่ยงติดเชื้อจากโรงแรม-ที่พัก

เตือน! “โรคลีเจียนแนร์” นักท่องเที่ยวเสี่ยงติดเชื้อจากโรงแรม-ที่พัก

ยืนยัน! ไข้เลือดออกสายพันธุ์ใหม่ไม่มีจริง ยังมี 4 สายพันธุ์เท่าเดิม

ยืนยัน! ไข้เลือดออกสายพันธุ์ใหม่ไม่มีจริง ยังมี 4 สายพันธุ์เท่าเดิม

ระวัง! โรคแทรกซ้อนจากภาวะ "ความดันสูง"

ระวัง! โรคแทรกซ้อนจากภาวะ "ความดันสูง"

ทำไม? ชาวออฟฟิศถึงเสี่ยงเป็น "กระเพาะปัสสาวะอักเสบ"

ทำไม? ชาวออฟฟิศถึงเสี่ยงเป็น "กระเพาะปัสสาวะอักเสบ"

4 สัญญาณอันตราย ได้เวลารักษา “รากฟัน”

4 สัญญาณอันตราย ได้เวลารักษา “รากฟัน”

มะเร็ง เกิดจากอะไร? ทำไมถึงไม่ได้เป็นกันทุกคน?

มะเร็ง เกิดจากอะไร? ทำไมถึงไม่ได้เป็นกันทุกคน?

9 สัญญาณอันตราย โรค "นิ่วในไต"

9 สัญญาณอันตราย โรค "นิ่วในไต"

7 สัญญาณอันตราย มะเร็งลำไส้ใหญ่

7 สัญญาณอันตราย มะเร็งลำไส้ใหญ่

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์