ถูกหรือผิด? ให้เด็กอ่อนกินกล้วยเป็นอาหาร เสริมคุณค่าทางโภชนาการ

ถูกหรือผิด? ให้เด็กอ่อนกินกล้วยเป็นอาหาร เสริมคุณค่าทางโภชนาการ

ถูกหรือผิด? ให้เด็กอ่อนกินกล้วยเป็นอาหาร เสริมคุณค่าทางโภชนาการ
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

หลายคนบอกว่าเขาก็ให้เด็กกินกล้วยบดกันมาตั้งแต่สมัยโบราณแล้ว แต่คุณพ่อคุณแม่สมัยใหม่อาจจะได้รับข้อมูลมาว่า เด็กแรกเกิดก็ควรทานแต่นมแม่เท่านั้น เท่านั้นจริงๆ เฟซบุ๊คเพจ ความรู้สนุกๆ แบบหมอแมว จึงออกมาพูดถึงการให้เด็กอ่อนทานกล้วยเป็นอาหาร ว่าจริงๆ แล้วเด็กอ่อนทานกล้วยได้จริงหรือไม่ หากทานได้ควรเริ่มให้ทานเมื่อไรถึงจะดีต่อสุขภาพ มาอ่านคำตอบอย่างละเอียดของคุณหมอกันค่ะ

____________________

เด็กทารกกินกล้วยได้ที่อายุเท่าไหร่

ความเชื่อแต่โบราณมา คือ พอเด็กอายุได้สักระยะหนึ่ง พ่อแม่จะให้เด็กเริ่มกินอาหารแข็งๆ จะได้อยู่ท้องนอนหลับสบาย

เป็นความเชื่อแต่โบราณในหลายพื้นที่ไม่ว่าฝรั่งหรือเอเชีย(แอฟริกาไม่รู้ พอดีหาไม่เจอ)

แต่แพทย์ องค์การอนามัยโลก หรือยูนิเซฟ ต่างบอกตรงกันคือไม่ควรกินอาหารที่ไม่ใช่นมที่อายุก่อน 6 เดือน

เพราะอะไร

1. สำลักได้ง่าย

เนื่องจากมนุษย์เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ไม่ใช่เลี้ยงลูกด้วยกล้วย ในเด็กระบบการกลืนอาหารแข็งของเด็กยังไม่พร้อมที่อายุ3-4เดือน

ที่อายุน้อยกว่า 6 เดือน การกลืนการดูดการกิน แทบจะเรียกว่าเป็น reflex หรือระบบทำงานอัตโนมัติที่มีมาพร้อมวิวัฒนาการของมนุษย์

ส่วนการกลืนของแข็งเป็นอีกเรื่องที่จะทำได้คล่องในตอนอายุเลย 5-6 เดือนขึ้นไป

อีกทั้งเด็กทารกอายุน้อยกว่า 6 เดือน การนั่ง การตั้งคอยังไม่แข็งดี เวลาสำลักของแข็งเค้าจะช่วยตัวเองไม่ได้เลย

 

ดังนั้น ใครจะเลี้ยงลูกด้วยกล้วยตั้งแต่อายุ 3-4 เดือน รบกวนไปดูคลิปการช่วยเด็กเวลาสำลักด้วย

 

2. ลำไส้มีปัญหา

การย่อยอาหารและช่วงก่อนออกมาเป็นอุจจาระต้องใช้แบคทีเรียช่วย

แบคทีเรียในลำไส้จะพร้อมก็ตอนอายุ 5-6 เดือน

การเริ่มอาหารเร็วเกินไปจะทำให้เกิดปัญหาทางลำไส้ได้

 

3. ติดเชื้อมากขึ้น

หลายกลไก ท้ังจากการสำลักน้อยๆ จากเชื้อที่ผ่านไปทางลำไส้

 

4. ขาดสารอาหาร

นมสำหรับทารกจะมีสารอาหารและพลังงานสูง เพราะประกอบไปด้วยไขมันในสัดส่วนที่พอประมาณ (น่าจะ30%) เนื่องจากจำเป็นในการสร้างเสริมสมอง

 

ถ้าว่าตามจริง อาหารทารกทำเองในทุกวัฒนธรรม มักให้พลังงานน้อยกว่านมแม่ แร่ธาตุและแคลเซี่ยมไม่ต้องนับ น้อยกว่านมเยอะ เพราะส่วนมากก็กล้วยก็ข้าวเป็นหลัก ตามด้วยผักผลไม้อื่นๆ (หมูไก่ก็เห็น แต่ไม่บ่อย)

ดังนั้นถ้าหากเลี้ยงลูกด้วยอาหารแข็งแล้วไปลดนม ก็มีความเสี่ยงที่จะขาดสารอาหารทั้งกลุ่มแร่ธาตุวิตามิน และในกลุ่มไขมัน

 

5. อ้วน

บางคนบอกว่า หมอแมวบ้าไปแล้วเหรอ ข้อตะกี้ว่าขาดสารอาหาร แล้วจะอ้วนได้ไง

สัดส่วนอาหารที่ให้ทารก ถ้าเป็นอาหารแข็งจะป้อนให้ได้ดีๆ บางคนใส่ของที่หวานเพิ่มเข้าไป

ถ้าจะให้กินอาหารแข็งมากแต่ของไม่หวาน เด็กมักจะไม่กิน

พออัดหวานๆ เด็กติดหวาน ก็อ้วน

โดยพบว่าเด็กที่เริ่มอาหารแข็งเร็ว เมื่อติดตามไปนานๆจะมีสัดส่วนเด็กอ้วนมากกว่าเด็กที่กินนมอย่างเดียวจน 6 เดือน (ถึง 1 ปี)

 

6. ไม่ได้ช่วยให้อยู่ท้องนอนหลับ

กินของแข็งไม่ได้เกี่ยวกับการนอนหลับสบายทั้งคืน แต่กินของแข็งแล้วไม่ย่อย เกี่ยวกับการนอนแล้วท้องอืดตื่นมาร้องกลางคืน

 

.... สรุปแล้ว .... รอจน 6 เดือนก็ค่อยให้ครับ

ถ้าจะให้ก่อน ให้น้อยๆที่สุดและ at your own (baby) risk ... ความเสี่ยงมันไม่ได้มากจนทำแล้วเป็นทุกราย (แอฟริกาที่ไม่มีอาหารพอเพียง บางคนเค้าก็ให้ลูกกินอาหารพวกกล้วยขูดนี่แหละ ... แต่ก็ติดเชื้อเพิ่มขึ้นและขาดสารอาหารกว่าปกติ แต่ที่อยู่รอดก็มี จน WHO ก็แนะนำว่าขอให้เป็นนมแม่ดีกว่า)

 

ปล. ไม่อยากให้มีคำพูดว่า โบราณก็ทำกันมาไม่เห็นเป็นอะไร ... เพราะโบราณในไทยและต่างประเทศ อัตราเด็กทารกตายเยอะกว่าปัจจุบันน่าจะเป็นร้อยเท่าได้น่ะครับ

____________________

 

ขอบคุณเนื้อหาจาก เฟซบุ๊คเพจ ความรู้สนุกๆ แบบหมอแมว
ภาพประกอบจาก istockphoto

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook