เปลี่ยนความเศร้า เป็นพลัง...เพื่อลมหายใจลูก

เปลี่ยนความเศร้า เป็นพลัง...เพื่อลมหายใจลูก

เปลี่ยนความเศร้า เป็นพลัง...เพื่อลมหายใจลูก
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

คำว่า “ทุกข์” จากปากคนอื่นอาจฟังแล้วเลยผ่าน

แต่หากวันไหนเกิดขึ้นกับคนรอบตัวเรา

นั่นคือฝันร้ายที่ไม่อยากให้เกิดขึ้นเลย

และนี่คือเรื่องราวที่พ่อคนหนึ่ง อยากบอกคนใช้รถใช้ถนนในความไม่ประมาท

เพราะทุกวันของเขาคือเรื่องราวแห่งความเจ็บปวด

…ที่เกิดขึ้นภายในเสี้ยววินาที

 

เราได้พูดคุยกับคุณลุงสมศักดิ์ สีสุข อายุ 46 ปี อาชีพเก็บของเก่า รายได้ไม่ถึงหมื่นบาทต่อเดือน เขาเป็นคนเล่าเหตุการณ์นี้แทนลูกชายวัย 20…วันชัย สีสุข ที่พิการท่อนล่างเพราะดื่มแล้วขับ

คุณลุงเล่าว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อตุลาคมปีที่แล้ว วันนั้นลูกชายไปทำงาน เงินเดือนออก เลยไปกินเหล้ากับเถ้าแก่ กินเบียร์ไป 5-6 ขวดผสมเหล้า ขากลับเพราะดื่มมารถเลยเสียหลัก แหกโค้งไปชนต้นไม้

หลังจากนั้นเป็นต้นมา จากเด็กหนุ่มที่มีอนาคตทุกอย่างดับวูบลงทันที…พังลงในพริบตา เมื่อเห็นชะตากรรมของลูกชาย คุณลุงสมศักดิ์เลิกดื่มเหล้าไปเลย เพราะเขาต้องถนอมร่างกายที่มีค่านี้ไว้ดูแลบุตรชายอันเป็นที่รัก

“ผมไม่อยากพิการเหมือนลูก ทุกวันนี้เราก็แย่พออยู่แล้ว ถ้าผมเป็นอะไรไปจะยิ่งแย่เข้าไปใหญ่”

ทุกวันนี้คุณลุงต้องเป็นคนดูแล คอยเปลี่ยนผ้าอ้อม และมีเรื่องของแผลกดทับ ลูกชายเคยพูดถึงเรื่องราววันนั้นว่า “เสียใจ” ส่วนเขาก็ปลอบลูกว่า “ไม่เป็นไร มันเกิดขึ้นแล้ว หนูต้องทำใจให้ได้”

คำว่าทำใจให้ได้ ทำให้ลูกชายพยายามลุกขึ้นจากเตียงให้ได้ ซึ่งก็ลุกนั่งได้อย่างยากลำบาก

“ค่าใช้จ่ายเดือนนึงของลูกก็หลายพันบาท เหนื่อยก็ท้อไม่ได้ เพราะลูกเรา”

“ผมอยากฝากบอกคนที่ชอบเที่ยว ชอบกินเหล้าว่า อย่าเป็นอย่างลูกชายผม ดื่มแล้วก็อย่าขับ ให้เพื่อนขับให้ หรือให้คนที่บ้านไปรับจะดีกว่า”

วันนี้ไปจนกว่าจะหมดลมหายใจ…การดูแลลูกชายในนามของความรักจะคงอยู่ต่อไป

และหากขอพรได้ เขาบอกว่าอย่าให้ใครต้องเจอฝันร้ายเช่นนี้เลย

 

รู้หรือไม่ว่า...
สถิติช่วงปีใหม่ของปี 2559 ระบุว่า ประเทศไทยมีอุบัติเหตุจำนวนมากถึง 3,379 ครั้ง เพิ่มขึ้นจากเมื่อปีที่ผ่านมา 382 ครั้ง และการเมาสุราคือสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงที่สุด…ไม่กี่แก้วไม่น่าจะเป็นไร อาจทำให้หลายคนไม่ได้กลับบ้าน

ปีนี้…คุณเองสามารถช่วยทำให้สถิตินี้ลดลงได้ ด้วยการช่วยกันสื่อสารความห่วงใยไปถึงญาติพี่น้องและคนที่คุณรัก เพื่อให้การเดินทางของทุกๆ คน เป็นการเดินทางกลับบ้านที่ปลอดภัย เพราะมีคนอีกไม่น้อยที่กลับถึงบ้านในสภาพที่ทำให้คนที่รักต้องใจสลาย

อย่าลืมว่าอันตรายที่สุดคือการดื่มแล้วขับ เพราะทำให้ความสามารถในการขับขี่ลดลง การตัดสินใจและการตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินจะช้าลงกว่าปกติ 8 เท่า สายตาพร่ามัว ทัศนวิสัยในการมองเห็นโดยเฉพาะในช่วงกลางคืนลดลง จึงเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ

ที่สำคัญคือพ่อแม่ควรใส่ใจลูกหลาน ไม่ประมาทด้วยการเตือนให้ใส่หมวกกันน็อกทุกครั้ง เพราะรถจักรยานยนต์คือประเภทรถที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุด

จำไว้สั้นๆว่า “เราทุกคนจะปลอดภัยในการเดินทาง หากไม่ดื่มสุราทั้งก่อนและขณะขับรถโดยเด็ดขาด”

กลับบ้านปลอดภัย…คุณเลือกได้

 

[Advertorial]

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook