"ฝังแร่" ฟางเส้นสุดท้าย รักษามะเร็ง

"ฝังแร่" ฟางเส้นสุดท้าย รักษามะเร็ง

"ฝังแร่" ฟางเส้นสุดท้าย รักษามะเร็ง

Sanook! (Rewrite)

สนับสนุนเนื้อหา

รศ.นพ.พิพัฒน์  เชี่ยววิทย์
ภาควิชารังสีวิทยา
Faculty of Medicine Siriraj Hospital
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

 

เมื่อต้องทนทรมานกับโรคมะเร็งระยะสุดท้าย  แม้จะเป็นเพียงความหวังน้อยนิด ที่ได้รับทราบข้อมูลข่าวสาร ที่อาจไม่ได้รับการคัดกรอง  หากแต่ผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยก็ยินดีที่จะเลือกรักษาด้วยวิธี “ฝังแร่ไอโอดีน -125”

ทำไมต้องเป็นไอโอดีน -125  ว่ากันว่า สรรพคุณของแร่ชนิดนี้เมื่อฝังเข้าสู่ร่างกาย จะไม่มีความเจ็บปวด ไม่เสียเลือดมาก อาการแทรกซ้อนน้อย

ในทางการแพทย์  ไอโอดีน -125  เป็นการรักษาด้วยรังสีระยะใกล้ โดยนำเอาสารกัมมันตรังสีไอโอดีน-125  ที่มีลักษณะเป็นแคปซูลขนาดเล็กมาก คล้ายเมล็ดข้าวสาร มาฝังแบบถาวรในร่างกาย  บริเวณเนื้องอกที่ยังไม่ลุกลามหรือกระจายไปยังที่ต่างๆ โดยที่ไอโอดีน-125 นั้น จะปล่อยรังสีแกมม่าอยู่บริเวณรอบๆ ก้อนเนื้องอกเท่านั้น     

สำหรับไอโอดีน  -125  นี้  เคยนิยมใช้รักษาต่อมลูกหมากมานานกว่า 50 ปี  โดยที่ต่อมลูกหมากเป็นอวัยวะที่อยู่ลึกในอุ้งเชิงกราน ซึ่งรังสีที่แผ่ออกมาจะไม่สูงถึงระดับที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้คนรอบข้าง จึงจัดไอโอดีน  -125  อยู่ในกลุ่มการรักษาที่มีความเสี่ยงทางรังสีต่ำ และมีอายุเพียงครึ่งชีวิตเท่ากับ 60 วัน หมายความว่า ทุกๆ 60 วัน ความแรงของรังสีจะลดลงครึ่งหนึ่งจากจุดเริ่มต้น และจะลดลงเรื่อยๆ จนสลายตัวหมดไป  โดยพลังงานที่ปล่อยออกมานั้นใกล้เคียงกับพลังงานรังสีเอกซ์ที่ใช้ในการถ่ายภาพเอกซเรย์เต้านม รวมถึงมีอำนาจการทะลุทะลวงน้อย  เนื่องจากส่วนใหญ่จะถูกปิดกั้นโดยเนื้อเยื่อของร่างกาย บางส่วนที่ออกมาภายนอกได้ ก็จะกระทบกับร่างกายในระยะตื้นๆ เท่านั้น  แต่ในส่วนอื่นๆ ของร่างกาย เช่น มะเร็งเต้านม และมะเร็งที่กระจายมาใกล้บริเวณผิวหนัง จะมีปริมาณรังสีที่แผ่ออกมาภายนอก อาจสูงกว่าการฝังบริเวณต่อมลูกหมากได้

 

อย่างไรก็ดี  ไอโอดีน -125  ไม่สามารถใช้รักษาได้กับทุกอวัยวะ โดยเฉพาะผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย  ที่โรคลุกลามไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกาย แต่หากนำไปใช้จริงในปริมาณที่สูง จะเกิดอะไรขึ้น

  1. ร่างกายไม่สามารถทนทานได้ และอาจเกิดผลแทรกซ้อนจนเสียชีวิต

  2. ผู้ที่ใกล้ชิดผู้ป่วยหรือผู้ให้การดูแลรักษาตลอดเวลา อาจจะรู้สึกอ่อนเพลีย ยิ่งสัมผัสร่างกายของผู้ป่วยเป็นเวลานานทุกวัน จะเกิดแผลที่ผิวหนัง หรือพุพองได้   
  1. ควรแยกผู้ป่วยต่างหาก ไม่พักรวมกัน ยกเว้นผู้ป่วยช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ และควรใส่เสื้อกำบังรังสีทั้งตัวผู้ป่วยเอง เพื่อป้องกันรังสีที่จะแผ่ออกมาภายนอก และสำหรับผู้ใกล้ชิด เพื่อลดระดับปริมาณรังสีที่จะได้รับให้อยู่ในเกณฑ์ที่ปลอดภัย 
  1. ผู้ป่วยควรอยู่ห่างจากสตรีมีครรภ์และเด็กอายุต่ำกว่าสามขวบในระยะตั้งแต่ 1.7 เมตร ขึ้นไป โดยเฉพาะช่วง 2 เดือนแรก
  1. ในกรณีกลับจากการรักษาฝังแร่ไอโอดีน -125 ที่ต่างประเทศ ผู้ป่วยและญาติควรแจ้งแก่เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ทุกครั้ง ที่เข้ามารับบริการทางการแพทย์ในโรงพยาบาล หรือสถานบริการทางการแพทย์ทุกแห่งว่า ตนได้รับการฝังแร่ไอโอดีน -125 ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ต่อผู้ป่วยและผู้ใกล้ชิด นอกจากจะได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม ถูกต้องแล้ว ยังเป็นการร่วมดูแลสังคมรอบข้างที่อยู่ร่วมกันด้วย

 

ในปัจจุบันมีการรักษามะเร็งระยะต่างๆ หลายรูปแบบด้วยกัน  ไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัด การฝังแร่ชนิดไม่ถาวร ที่สามารถควบคุมความปลอดภัยของรังสีได้ การฉายแสง การให้เคมีบำบัด การรักษาทางวิธีรังสีร่วมรักษา ฯลฯ หรือแม้แต่การรักษาร่วมกันแบบสหสาขาวิชาชีพในผู้ป่วยรายเดียวกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ผู้ดูแล 

ว่าแต่จะใช้วิธีใด  ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญหรือสถาบันทางการแพทย์ ที่รักษาก่อนตัดสินใจ เพราะไม่เช่นนั้น ฟางเส้นสุดท้าย อาจไม่เกิดประโยชน์อันใด…เลย

 

อ่านบทความเพิ่มเติม >>>>>  SIRIRAJ  E-PUBLIC  LIBRARY
ขอบคุณเนื้อหาจาก คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
ภาพประกอบจาก istockphoto

ภัยเงียบจาก "มะเร็งกระดูก"

ภัยเงียบจาก "มะเร็งกระดูก"

"หูดหงอนไก่" โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่น่ากลัวไม่แพ้โรคเพศอื่นๆ

"หูดหงอนไก่" โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่น่ากลัวไม่แพ้โรคเพศอื่นๆ

ติดเชื้อในกระแสเลือด คืออะไร? อันตรายแค่ไหน?

ติดเชื้อในกระแสเลือด คืออะไร? อันตรายแค่ไหน?

เตือน! พบเด็กเป็นโรค “มือ เท้า ปาก” เดือนเดียว 12,000 ราย

เตือน! พบเด็กเป็นโรค “มือ เท้า ปาก” เดือนเดียว 12,000 ราย

ไทยเฝ้าระวัง “ไข้หวัดใหญ่” หลังพบฮ่องกงเสียชีวิตจำนวนมาก

ไทยเฝ้าระวัง “ไข้หวัดใหญ่” หลังพบฮ่องกงเสียชีวิตจำนวนมาก

ฟรี! บรรยายเรื่องเนื้องอกมดลูก-กลืนลำบาก-หลอดเลือดหัวใจที่ศิริราช

ฟรี! บรรยายเรื่องเนื้องอกมดลูก-กลืนลำบาก-หลอดเลือดหัวใจที่ศิริราช

“นอนกรน” เพิ่มความเสี่ยงเป็น "อัลไซเมอร์" ได้

“นอนกรน” เพิ่มความเสี่ยงเป็น "อัลไซเมอร์" ได้

ซีสต์ กับเนื้องอก ต่างกันอย่างไร? แบบไหนอันตรายกว่ากัน?

ซีสต์ กับเนื้องอก ต่างกันอย่างไร? แบบไหนอันตรายกว่ากัน?

เส้นเลือดแดงใหญ่แตก เกิดขึ้นได้อย่างไร?

เส้นเลือดแดงใหญ่แตก เกิดขึ้นได้อย่างไร?

หมอยืนยัน พักตับ งดเหล้าครบพรรษา 3 เดือน ตับฟื้นฟูได้จริง

หมอยืนยัน พักตับ งดเหล้าครบพรรษา 3 เดือน ตับฟื้นฟูได้จริง

ปวดแบบไหน สัญญาณอันตราย “หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท”

ปวดแบบไหน สัญญาณอันตราย “หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท”

เรื่อง ‘เหล้า’ จากปาก “CREATIVE”

เรื่อง ‘เหล้า’ จากปาก “CREATIVE”

8 สัญญาณเตือนภัย "ต่อมไทรอยด์เป็นพิษ"

8 สัญญาณเตือนภัย "ต่อมไทรอยด์เป็นพิษ"

ลดน้ำหนักไม่ถูกวิธี เสี่ยง “นิ่วในถุงน้ำดี”

ลดน้ำหนักไม่ถูกวิธี เสี่ยง “นิ่วในถุงน้ำดี”

แพทย์เผยคนดูแลสุขภาพดีก็เป็น "มะเร็ง" ได้

แพทย์เผยคนดูแลสุขภาพดีก็เป็น "มะเร็ง" ได้

พฤติกรรมการกินอันตราย เสี่ยง “มะเร็งลำไส้ใหญ่”

พฤติกรรมการกินอันตราย เสี่ยง “มะเร็งลำไส้ใหญ่”

รู้หรือไม่? คนไทยเสียชีวิตจากแอลกอฮอล์ทุกๆ 20 นาที!

รู้หรือไม่? คนไทยเสียชีวิตจากแอลกอฮอล์ทุกๆ 20 นาที!

มีเสมหะในลำคอตลอดเวลา เสี่ยงโรคอันตราย

มีเสมหะในลำคอตลอดเวลา เสี่ยงโรคอันตราย

จริงหรือไม่? มีไฝเยอะ เสี่ยงมะเร็งผิวหนัง

จริงหรือไม่? มีไฝเยอะ เสี่ยงมะเร็งผิวหนัง

"ส่วนสูง" บอกความเสี่ยง “มะเร็งต่อมลูกหมาก”

"ส่วนสูง" บอกความเสี่ยง “มะเร็งต่อมลูกหมาก”

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์