รู้หรือไม่? ดื่มนมวันละแก้ว ลดความเสี่ยงเป็นโรค “เกาต์”

รู้หรือไม่? ดื่มนมวันละแก้ว ลดความเสี่ยงเป็นโรค “เกาต์”

รู้หรือไม่? ดื่มนมวันละแก้ว ลดความเสี่ยงเป็นโรค “เกาต์”
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

หลายคนเข้าใจว่าโรคเกาต์มาจากการกินไก่มากๆ จนทำให้หลายคนมัวแต่ระวังเรื่องการทานไก่แต่เพียงอย่างเดียว จริงๆ แล้วสาเหตุของโรคเกาต์ ไม่ได้มาจากการทานไก่โดยตรง แต่อยู่ที่ระดับ “กรดยูริก” ในร่างกายที่มีปริมาณสูงมากเกินไป

อ่านต่อ >> จริงหรือไม่? กินไก่มาก เป็น “โรคเกาต์”

แต่หากอยากหลีกเลี่ยงโรคเกาต์ขึ้นมาจริงๆ เฟซบุ๊คเพจ Dr.Aki – หมออาคิ แนะนำให้ “ดื่มนม” ค่ะ นมช่วยลดโอกาสในการเกิดโรคเกาต์ได้อย่างไร ไปอ่านคำแนะนำจากคุณหมอกันเลย!

 

____________________

<< แค่ดื่มนมวันละ1 แก้ว …ลดการเกิดโรคเกาต์ได้ >>

“โรคเกาต์” เป็นโรคข้ออักเสบที่ก่ออาการปวดอย่างรุนแรง เกิดจากระดับกรดยูริกในร่างกายสูงเป็นเวลานานก่อตัวเป็นผลึกยูริก ซึ่งผลึกยูริกเหล่านี้มักจะไปเกาะติดกับกระดูกส่วนข้อ ถ้าผลึกยูริกเกาะอยู่กับกระดูกอย่างนี้จะไม่แสดงอาการอะไรเลย จนกระทั่งเมื่อบางส่วนที่ยึดเกาะอยู่เกิดหลุดลงมาในข้อ เม็ดเลือดขาวจำนวนมากจะเข้ามาจัดการกับส่วนที่หลุดออกมาจนก่อให้เกิดการอักเสบของข้อ ดังนั้นการทำให้กรดยูริกในร่างกายเราอยู่ในช่วงปกติจึงเป็นเรื่องสำคัญมากในการป้องกันไม่ให้เป็นโรคเกาต์

ถ้าเช่นนั้นแล้วกรดยูริกในร่างกายเรามาจากไหน? แท้จริงแล้วกว่า 80%ของปริมาณกรดยูริกในร่างกายเกิดจากภายในร่างกายเราเอง ส่วนอีก 20%ที่เหลือมาจากอาหารที่ทาน โดยไตจะมีหน้าที่ในการขับกรดยูริกส่วนเกินทิ้งทางปัสสาวะ ซึ่งจากผลการศึกษาทางการแพทย์ต่างๆทำให้ทราบว่า สาเหตุหลักของการเกิด “ภาวะกรดยูริกสูง” เกิดจากไตขับทิ้งกรดยูริกได้ไม่ดี ส่วนการทานอาหารที่ทำให้กรดยูริกสูงมากเกินไปเป็นเพียงสาเหตุรอง

ส่วนต้นเหตุที่ทำให้ไตขับทิ้งกรดยูริกได้แย่เกิดจาก 2 ประเด็น ได้แก่

- อินซูลิน (ฮอร์โมนที่ช่วยคุมน้ำตาล) มีมากเกินไปส่งผลขัดขวางไตในการขับกรดยูริก ซึ่งจะพบได้ในคนที่ “อ้วน”

- ความผิดปกติทาง “พันธุกรรม” ซึ่งพบได้น้อย

ดังนั้นสรุปการป้องกันไม่ให้เป็นโรคเกาต์ที่เราทุกคนทำได้คือ การคุมน้ำหนักไม่ให้อ้วน ไม่ทานอาหารที่ทำให้กรดยูริกสูงมากเกินไป

ท้ายนี้สำหรับผู้ที่มีหรือเสี่ยงต่อภาวะกรดยูริกสูงนะครับ มีงานวิจัยเมื่อไม่นานมานี้พบว่า การทานนมไขมันต่ำแค่วันละ 1 แก้ว สามารถลดการเกิดโรคเกาต์ได้มากกว่า 40%” ทั้งนี้กลไกที่นมสามารถลดการเกิดโรคเกาต์ได้อย่างน่าทึ่งนั้น เนื่องมาจากในนมมีโปรตีนที่ชื่อ “เคซีน” เมื่อผ่านลงมาลำไส้จะถูกเปลี่ยนเป็นกรดอะมิโนที่ชื่อ “อลานีน” แล้วเข้าสู่ร่างกาย ซึ่ง “อลานีน” นี้เองจะไปช่วยให้ไตขับกรดยูริกได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นนั่นเอง

[ หมายเหตุ: สำหรับผู้ที่ไม่สามารถดื่มนมได้เนื่องจากมีปัญหาการย่อยแลคโตส สามารถดื่มนมชนิดแลคโตสฟรีแทนได้ครับ, ผลิตภัณฑ์จากนมเช่น โยเกิร์ตไขมันต่ำ ก็ได้ผลเช่นกันนะครับ ]

 

 

____________________

นอกจากนี้คุณหมออาคิยังอธิบายเพิ่มเติมอีกว่า จริงๆ แล้ว กรดยูริกไม่ได้มีแต่โทษเสมอไป เพราะกรดยูริกนั้นคือสารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญของร่างกาย ทำหน้าที่ยับยั้งความเสื่อมของเซลล์ในร่างกาย ช่วยให้เนื้อเยื่อต่างๆ ทำหน้าที่ได้อย่างปกติ และยังมีส่วนสำคัญในการต้านการเกิดมะเร็งอีกด้วย แต่ต้องระวังอย่าให้กรดยูริกในร่างกายสูงมากจนเกินไปนั่นเอง

ถึงแม้ว่าทางการแพทย์จะยังไม่สามารถยืนยันได้ว่า การดื่มนมนั้นจะช่วยให้โรคเกาต์ที่มีอยู่หายไปได้ แต่อย่างน้อยก็ยังช่วยบรรเทาและช่วยเสริมให้ร่างกายมีกระบวนการกำจัดกรดยูริกที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งจากงานวิจัยที่ใช้เวลาในการเก็บสถิตินานกว่า 12 ปีพบว่า ผู้ที่ป่วยเป็นโรคเกาต์เมื่อดื่มนมทุกวันจะทำให้กรดยูนิคที่อยู่ในเลือดสามารถลดลงมาจนอยู่ในระดับปกติได้ เนื่องจากในนมมีสารที่ช่วยขับกรดยูริกออกทางไต เป็นเหตุให้ระดับกรดยูริกในเลือดลดลงอย่างได้ผล อีกทั้งในนมก็ยังมีสารอาหารอื่นๆ ที่จำเป็นต่อร่างกาย

ไม่จำเป็นว่าเราต้องดื่มแค่ ‘นม’ เพื่อบรรเทาโรคเกาต์เท่านั้น แต่ผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่ทำมาจากนมก็สามารถหามาบริโภคได้เช่นกัน อาทิ โยเกิร์ท , นมเปรี้ยว ก็ได้ผล เว้นแต่นมถั่วเหลืองและน้ำเต้าหู้ที่ไม่นับว่าเป็นนมที่มีส่วนในการบรรเทาโรคเกาต์ ส่วนการดื่มนมเพียงวันละ 1 แก้วก็ถือว่าเพียงพอแล้ว สำหรับผู้ที่แพ้นมวันก็สามารถหาดื่มนมที่ผลิตขึ้นมาเป็นพิเศษสำหรับผู้ที่แพ้นมวัวได้

อ่านต่อ >> อาหารที่ควร-ไม่ควรกิน หากเสี่ยงเป็น "โรคเกาต์"

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook