เพราะอะไรถึง “กลั้นปัสสาวะไม่อยู่”?

เพราะอะไรถึง “กลั้นปัสสาวะไม่อยู่”?

เพราะอะไรถึง “กลั้นปัสสาวะไม่อยู่”?

เคยเข้าห้องน้ำหญิงในห้าง แล้วต้องต่อคิวนานๆ ไหมคะ ใครที่ปวดไม่มากก็โชคดีไป แต่ถ้าใครมาในลักษณะที่ “เขื่อนจะแตกแล้ว” อันนี้ก็ต้องขอแสดงความเสียใจด้วยจริงๆ ที่จำเป็นต้องกลั้นต่อไป แม้ว่าจะยังไม่เคยเห็นใครกลั้นไม่ไหวต่อหน้าต่อตา แต่เชื่อว่าน่าจะมีเหตุการณ์ประมาณนี้เกิดขึ้นที่ไหนสักแห่งแน่ๆ

อาการ “กลั้นไม่อยู่” ผิดปกติหรือไม่ แล้วเราต้องแก้ไขอย่างไร คุณมีโอกาสเป็นหรือเปล่า มาเช็คกันเลย

 

ทำไมถึงกลั้นปัสสาวะไม่อยู่?

นอกจากการปวดปัสสาวะมากๆ แล้วไม่ได้ปลดปล่อยตามเวลาที่ควรจะเป็นแล้ว การกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ในแบบที่เรียกว่า “ผิดปกติ” หรืออาการปวดปัสสาวะเพียงครู่เดียว ก็ไม่สามารถอดทนอดกลั้นเอาไว้ได้เลย จะราดเสียเดี๋ยวนั้นทันที แบบนี้ถึงจะเรียกว่า “ผิดปกติ” โดยอาจมีสาเหตุมาจากภาวะระบบทางเดินปัสสาวะส่วนล่างผิดปกติ

 

ภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ แบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ

  1. เก็บปัสสาวะได้ไม่อยู่ เหมือนอย่างที่เล่าไปข้างต้น คือ ไม่สามารถอดทนอดกลั้นปัสสาวะเอาไว้ได้เลย แม้จะปวดเพียงเล็กน้อยก็ตาม

  2. ปัสสาวะลำบาก ผู้ป่วยอาจมีอาการปัสสาวะขัด ปัสสาวะไม่ค่อยออก ปัสสาวะกะปริดกะปรอย ยังมีความรู้สึกปวดอยู่ แต่ปัสสาวะไม่ไหลออกมา หรือมีความรู้สึกว่ามีปัสสาวะบางส่วนยังค้างอยู่ในร่างกาย

 pee-pee.jpg


อาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ มาจากหลายสาเหตุ แต่สาเหตุที่พบมากที่สุด คือ ภาวะกระเพาะปัสสาวะทำงานไวเกินไป ซึ่งเป็นโรคเรื้อรังชนิดหนึ่งที่อาจต้องเข้ามารับการรักษาอย่างต่อเนื่อง แต่หากค้นพบสาเหตุ และแก้ไขจากต้นเหตุได้อย่างตรงจุด ก็จะสามารถหายขาดได้เช่นกัน

 

วิธีรักษาอาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่

  1. การฝึกกลั้นปัสสาวะ โดยอาจหากิจกรรมอย่างอื่นเพื่อดึงดูดความสนใจ แล้วกลั้นเอาไว้ก่อนเข้าห้องน้ำราวๆ 5-10 นาที หากฝึกได้เรื่อยๆ ก็จะช่วยยืดเวลาในการเข้าห้องน้ำถี่ๆ ให้ยาวนานขึ้นเป็น 3-4 ชั่วโมงต่อการปัสสาวะ 1 ครั้ง จนอาจหายเป็นปกติ

  2. การทานยา ที่ส่งผลต่อการลดการบีบตัวของกล้ามเนื้อกระเพาะปัสสาวะ เพื่อลดอาการกระเพาะปัสสาวะทำงานไวเกินไป รวมไปถึงการเพิ่มความจุของกระเพาะปัสสาวะ เพื่อให้ความถี่ในการเข้าห้องน้ำลดลง

  3. การฉีดยา ในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการดื้อยา หรือยาไม่ตอบสนองต่ออาการ อาจจะต้องได้รับการตรวจ และเรียนรู้วิธีการสวนปัสสาวะด้วยตนเอง ในกรณีที่ปัสสาวะไม่ออก หรือปัสสาวะออกไม่หมด ซึ่งอาจนำไปสู่อาการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะตามมาได้

  4. กระตุ้นด้วยกระแสไฟฟ้า เพื่อกระตุ้นการทำงานของเส้นประสาทที่ควบคุมการทำงานของระบบทางเดินปัสสาวะส่วนล่าง หรืออาจจะทำการผ่าตัด แล้วฝังเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าขนาดเล็กไว้ที่บริเวณสะโพก

  5. ผ่าตัดขยายขนาดกระเพาะปัสสาวะ โดยการเย็บลำไส้เล็กราว 10-15 เซนติเมตรต่อเข้ากับกระเพาะปัสสาวะเพื่อเพิ่มความจุในการกักเก็บปัสสาวะมากขึ้น แต่มีผลข้างเคียงมาก อาจต้องสวนปัสสาวะทิ้งในกรณีที่ยังมีปัสสาวะคั่งค้าง และมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะได้อีกด้วย

 

ใครที่มีอาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ แนะนำให้รีบพบแพทย์ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง และรีบทำการรักษาอย่างทันท่วงที เพราะอ่านจบแล้วคงจะเริ่มเข้าใจถึงความลำบากของอาการนี้มากขึ้นแล้วใช่ไหมล่ะ

ขอขอบคุณ

ข้อมูล : ผศ.นพ.ภควัฒน์ ระมาตร์ สาขาวิชาศัลยศาสตร์ยูโรวิทยา ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

5 กลุ่มโรคอันตรายที่มากับหน้าฝน

5 กลุ่มโรคอันตรายที่มากับหน้าฝน

มะเร็งหลังโพรงจมูก กับ 4 สาเหตุสำคัญของโรค

มะเร็งหลังโพรงจมูก กับ 4 สาเหตุสำคัญของโรค

"อายเพราะอ้วน" สาเหตุผู้ป่วยเบาหวานปกปิดอาการ จนส่งผลระยะยาว

"อายเพราะอ้วน" สาเหตุผู้ป่วยเบาหวานปกปิดอาการ จนส่งผลระยะยาว

อุจจาระเป็นเลือด เสี่ยง 6 โรคร้ายสุดอันตราย

อุจจาระเป็นเลือด เสี่ยง 6 โรคร้ายสุดอันตราย

“ปวดตับ” อย่ามองข้าม

“ปวดตับ” อย่ามองข้าม

คุณรู้จัก “โรคไทรอยด์” ดีแล้วหรือยัง?

คุณรู้จัก “โรคไทรอยด์” ดีแล้วหรือยัง?

ไทรอยด์เป็นพิษ ลอง “นวดกดจุด” ด้วยตัวเอง

ไทรอยด์เป็นพิษ ลอง “นวดกดจุด” ด้วยตัวเอง

ทำไมถึง “ท้องนอกมดลูก”

ทำไมถึง “ท้องนอกมดลูก”

สายตาสั้น แก่ตัวลงสายตาจะยาวขึ้นจนกลายเป็นปกติหรือไม่?

สายตาสั้น แก่ตัวลงสายตาจะยาวขึ้นจนกลายเป็นปกติหรือไม่?

กินอย่างไร ช่วยลดความเสี่ยง “มะเร็งเต้านม”

กินอย่างไร ช่วยลดความเสี่ยง “มะเร็งเต้านม”

8 วิธีลดความเสี่ยง “มะเร็งต่อมลูกหมาก”

8 วิธีลดความเสี่ยง “มะเร็งต่อมลูกหมาก”

ผมร่วงมากแค่ไหน ต้องรีบปรึกษาแพทย์?

ผมร่วงมากแค่ไหน ต้องรีบปรึกษาแพทย์?

วิธีสังเกตอาการ “โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง”

วิธีสังเกตอาการ “โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง”

“ไวรัสตับอักเสบบี” รู้ก่อนปลอดภัย

“ไวรัสตับอักเสบบี” รู้ก่อนปลอดภัย

6 สัญญาณอันตราย “ตับอ่อนอักเสบ”

6 สัญญาณอันตราย “ตับอ่อนอักเสบ”

9 สิ่งควรระวัง เสี่ยงติดไข้เลือดออกในหน้าฝน

9 สิ่งควรระวัง เสี่ยงติดไข้เลือดออกในหน้าฝน

รู้ไว้ไม่เสียหาย! อาการปวดท้องข้างซ้าย ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ

รู้ไว้ไม่เสียหาย! อาการปวดท้องข้างซ้าย ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ

เช็คเลย! ไทรอยด์ของคุณ ทำงานผิดปกติอยู่หรือไม่?

เช็คเลย! ไทรอยด์ของคุณ ทำงานผิดปกติอยู่หรือไม่?

อันตราย! อาหารเสริมลดความอ้วน เสี่ยงตับพัง-เสียชีวิต

อันตราย! อาหารเสริมลดความอ้วน เสี่ยงตับพัง-เสียชีวิต

7 สัญญาณอันตราย “เบาหวาน” ไม่อ้วนก็เป็นได้

7 สัญญาณอันตราย “เบาหวาน” ไม่อ้วนก็เป็นได้

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์