ชี้! คนไทยไตวายอันดับ 3 ในอาเซียน เผยกินยาแบบผิดๆ

ชี้! คนไทยไตวายอันดับ 3 ในอาเซียน เผยกินยาแบบผิดๆ

ชี้! คนไทยไตวายอันดับ 3 ในอาเซียน เผยกินยาแบบผิดๆ

Sanook!

สนับสนุนเนื้อหา

ชี้คนไทยป่วยเป็นโรคไตสูงถึงอันดับ 3 ในอาเซียน เปิดกลุ่มยาเอ็นเสด ในยาแก้ประจำเดือน ยาแก้ปวด แพทย์เตือนคนไทยกินยาแบบผิดๆทำไตพัง พบยาชุด สมุนไพรเถื่อน-ยาจีนเกลื่อนท้องตลาด หลงเชื่อกินไตวายถึงตาย จี้ อย. เร่งจัดการด่วน

ศ.นพ.ชัยรัตน์ ฉายากุล อายุรแพทย์โรคไต คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล และประธานอนุกรรมการโรงพยาบาลส่งเสริมการใช้ยาสมเหตุผล กล่าวในวันแถลงข่าว “ยาที่เป็นอันตรายต่อไต” ว่า ในฐานะที่เป็นหมอที่รักษาผู้ป่วยไตมาโดยตลอด พบว่าคนไทยป่วยเป็นโรคไตเรื้อรังสูงถึง 8 ล้านคน คิดเป็น 17% ของประชากรซึ่งสูงติดอันดับ 3 ในอาเซียนและมีแนวโน้มป่วยเพิ่มขึ้นทุกปี ส่วนใหญ่เกิดจากโรคเบาหวานหรือความดันเลือดสูง

แต่ปัญหาคนไข้ไตที่เพิ่มสูงขึ้นเกิดจากการใช้ยาไม่ถูกต้อง ไม่ใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์ เพราะเชื่อว่าการกินยามากๆ จะไปกระเทือนไตหรือเบื่อหน่ายในการกินยา

นอกจากนั้นยังมีผู้ป่วยจำนวนมากที่ป่วยเป็นโรคไตด้วยสาเหตุจากการใช้ยาโดยตรง โดยเฉพาะผู้ที่กินยาแก้ปวดแก้อักเสบชนิดไม่ใช่ สเตียรอยด์หรือยากลุ่มเอ็นเสด (NSAIDs) มาเป็นเวลานาน ยาฆ่าเชื้อบางชนิด หรือยาจีน-ยาไทยที่หาซื้อได้ง่ายตามท้องตลาด ซึ่งในบางครั้งจะทำให้ไตเสื่อมมากขึ้นหรือหยุดทำงานได้

“การดูแลและป้องกันปัญหาโรคไต มี 4 หลักที่ควรทำเพื่อถนอมไตคือ
1) ควรกินยารักษาอย่างต่อเนื่อง
2) ควรสอบถามจนเข้าใจถึงยาทึ่กินอยู่
3) ควรแจ้งแพทย์ทุกครั้งว่าเป็นโรคอะไร
4) ควรมีรายชื่อยาที่ใช้อยู่เป็นประจำพกติดตัวไว้เมื่อมาพบแพทย์

ส่วนหลัก 4 ไม่เพื่อป้องกันผลเสียของยาต่อไต คือ
1) ไม่ควรหยุดยาเอง
2) ไม่ควรซื้อยาแก้อักเสบ ยาฆ่าเชื้อ หรือยาบำรุงอาหารเสริมมากินเอง
3) ไม่ควรหลงเชื่อคำโฆษณาในการกินยาที่ไม่รู้จัก
4) ไม่ควรกินยาของผู้อื่น
หากใช้ยาได้ถูกต้อง สมเหตุผล ปัญหาเรื่องไตก็จะลดลงมาก”



อ.พิสนธ์

ผศ.นพ.พิสนธิ์ จงตระกูล ประธานคณะทำงานสร้างเสริมความเข้มแข็งภาคประชาชนด้านการใช้ยาอย่างสมเหตุผล กล่าวว่า ยากลุ่มเอ็นเสดเป็นยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ เพื่อลดอาการปวด บวม แดง ร้อน มีที่ใช้หลากหลาย เช่นใช้บรรเทาปวดจากโรคเกาต์ ไมเกรน ข้อเข่าเสื่อม ปวดประจำเดือน และการปวดทางทันตกรรม เป็นต้น

ตัวอย่างยาเอ็นเสด

ตัวอย่างยาเอ็นเสด

ยากลุ่มนี้หลายคนใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น อินโดเมทาซิน ไอบูเฟน ไพร็อกสิแคม ไดโคลฟีแนค เมฟีนามิกแอสิด เซรีค็อกสิบ และเมลล็อกสิแคม หากใช้ต้องใช้อย่างระมัดระวัง เพราะอาจทำให้ไตเสื่อมไตวาย จึงต้องใช้ให้ถูกขนาดหากไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้เท่านั้น ไม่ใช้ต่อเนื่องนานๆ ต้องมีการตรวจติดตามการทำงานของไต และหลีกเลี่ยงการใช้กับผู้ที่เป็นโรคไตอยู่เดิม

แต่ปัจจุบันกลับพบว่ามีการใช้ยาเหล่านี้อย่างพร่ำเพรื่อทั้งในสถานพยาบาลภาครัฐและเอกชน ตลอดจนร้านขายยา รวมไปถึงการขายยาอย่างผิดกฎหมายตามร้านชำและรถเร่ โดยเฉพาะการซื้อขายในรูปแบบของ “ยาชุด” ซึ่งมีเอ็นเสดมากกว่า 1 ชนิดในยาชุดแต่ละซอง ซึ่งเป็นการซ้ำเติมให้เกิดพิษต่อไตอย่างรุนแรงยิ่งขึ้น จึงควรควบคุมการใช้เอ็นเสดให้เป็นไปอย่างสมเหตุผลในการจ่ายยานี้จากทุกแหล่ง ทั้งสถานพยาบาลภาครัฐ เอกชนและควรบังคับใช้กฏหมายต่อการขายยาอย่างผิดกฎหมายเพื่อช่วยปกป้องประชาชน

ปัจจุบันกระทรวงสาธารณสุขไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้มีการกำหนดให้ภายใต้แผนพัฒนาระบบบริการสุขภาพ (Service Plan) สาขาที่ 15 เรื่อง “การใช้ยาอย่างสมเหตุผล” ได้กำหนดตัวชี้วัดเกี่ยวกับเอ็นเสดไว้ 2 ตัวชี้วัด ที่โรงพยาบาลทั้งหลายควรปฏิบัติให้ผ่านเกณฑ์ ได้แก่ การใช้เอ็นเสดซ้ำซ้อนในอัตราไม่เกินร้อยละ 5 และหลีกเลี่ยงการใช้เอ็นเสดในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังตั้งแต่ระดับ 3 ขึ้นไป ให้เหลือไม่เกินร้อยละ 10

อ.นิยดา

ผศ.ภญ.ดร.นิยดา เกียรติยิ่งอังศุลี ผู้จัดการศูนย์วิชาการเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา (กพย.) ซึ่งสนับสนุนโดย สสส. และคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่าโรคไตของไทยเพิ่มมากขึ้น ส่งผลต่อภาระทางเศรษฐกิจทั้งต่อผู้ป่วยครอบครัวและประเทศ โดยพบว่างบประมาณในการล้างไตสูงขึ้นทุกปี ในปีงบประมาณ พ.ศ.2561 สูงถึง 8,000 ล้านบาท ซึ่งผู้ป่วยโรคไตรายใหม่ที่มีสาเหตุมาจากการใช้ยาต่างๆ จำนวนไม่น้อย โดยการใช้ยาที่ส่งผลต่อโรคไต เช่น การใช้ยาชุดผสมสเตียรอยด์และยาต้านการอักเสบเอ็นเสดที่แพร่กระจายในหลายพื้นที่ และพบว่ามีผู้ใช้ติดต่อกันนานเป็นปีจนถึงขั้นไตวาย

นอกจากนี้ในชุมชนยังมีปัญหาความเสี่ยงต่อโรคไตได้แก่ การฉีดยาต้านอักเสบที่ไม่ถูกต้อง ยาที่อนุญาตขึ้นทะเบียนยาไม่เหมาะสม สุ่มเสี่ยงที่จะทำให้ผู้บริโภคได้รับอันตรายต่อไต เช่นยาสูตรผสมระหว่างยาต้านอักเสบเอ็นเซดกับสเตียรอยด์และวิตามิน มีการอนุญาตทะเบียนยาที่อ้างบำรุงไตหรือล้างไตที่ไม่มีประสิทธิภาพ จะทำให้ผู้ป่วยอาจละเลยการดูแลไต จนโรคลุกลามได้

การกระจายของยาสมุนไพรแผนโบราณที่นำเข้าและมีการลักลอบใส่ยาต้านอักเสบจนมีผู้เสียชีวิต รวมถึงการไม่จัดการปัญหาโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพบำรุงไตเกินจริง จนทำให้ผู้ป่วยหลงเชื่อหาซื้อมาบริโภค กระทั่งเกิดความเสียหายทั้งด้านการเงินและสุขภาพ

กพย. และเครือข่ายเรียกร้องให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่นมีการแก้ไขปัญหาดังนี้

1) เร่งสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้ยากับปัญหาการเกิดโรคไตผ่านการให้ความรู้แก่ประชาชนและสังคมที่เป็นเรื่องปลายน้ำ

2) จัดทำข้อมูลเพื่อเตือนภัยเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ปลอมปน สเตียรอยด์หรือเอ็นเสด โดยอาจทำผ่านระบบ Single Window ที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จัดทำขึ้น

3) ในเรื่องต้นน้ำ จำเป็นต้องมีการทบทวนทะเบียนตำรับยา ถอนทะเบียนยาที่ไม่มีประสิทธิผลหรือที่ไม่เหมาะสมเป็นอันตราย หรือจัดประเภทยาใหม่ เช่นยาต้านอักเสบชนิดฉีด ต้องปรับให้เป็นยาควบคุมพิเศษ

4) จัดระบบเฝ้าระวังโรคไต โดยการ scan หรือระบบตรวจคัดกรองหากลุ่มเสี่ยงต่อโรคไตทั้งใน โรงพยาบาลและในชุมชน เพื่อค้นหาสาเหตุ กำหนดวิธีป้องกันและแก้ไขปัญหา

5) การจัดระบบการควบคุมการกระจายยากลุ่มเสี่ยงทั้งยาชุด ยาตำรับไม่เหมาะสมให้เข้มงวดมากขึ้น ให้สามารถติดตามได้ว่าทำไมยาจึงออกจากโรงงานผลิต ไปอยู่ในยาชุดขายในชุมชนได้อย่างไร

6) ในการส่งเสริมการใช้ยาที่เหมาะสมของบุคลากรการแพทย์ในโรงพยาบาล กระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ จำเป็นต้องนำฐานข้อมูลการใช้ยาที่มีอยู่เพื่อชี้เป้าปัญหาการใช้ยา ลดปัญหาการจ่ายยาเอ็นเสดซ้ำซ้อน รวมทั้งการเฝ้าระวังปัญหากรณีผู้ป่วยที่เกิดโรคไตจากการใช้ยาเข้ามารักษา

ธนพล ดอกแก้ว

นายธนพล ดอกแก้ว ประธานชมรมเพื่อนโรคไตแห่งประเทศไทย และประธานครือข่ายพลเมืองขับเคลื่อนสิทธิด้านสุขภาพ (Healthy Forum) เครือข่ายผู้ป่วยโรคเรื้อรัง กล่าวว่า ตนป่วยด้วยโรคไตวายเรื้อรังซึ่งปัจจุบันนี้ได้รับการปลูกถ่ายไตแล้ว สาเหตุของการป่วยเป็นไตวายเกิดจากการใช้ยาสมุนไพรและการซื้อยากินเอง โดยเชื่อการโฆษณาว่ายาสมุนไพรสามารถบำรุงล้างไต ซึ่งมีราคาแพงถึง 7,000 – 25,000 บาท แต่กลับป่วยเป็นไตวาย เพราะยาเหล่านี้ไม่ใช่การรักษาที่ถูกต้อง ทำให้ใช้ชีวิตที่ลำบากและทรมานมากมีชีวิตรอดมาได้ด้วยการฟอกเลือด 3 ครั้งต่อ 1 สัปดาห์ติดต่อกันถึง 10 ปี กว่าจะได้เปลี่ยนไต จึงไม่ควรเชื่อยาและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารรวมทั้งยาสมุนไพรต่างๆที่เกินจริง

ความจริงแล้วผู้ป่วยโรคไตวายทั่วไปต้องกินยาตามแพทย์สั่ง ผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายมีวิธีการบำบัดทดแทนไต ดังนั้นผู้ป่วยโรคไตในระยะเริ่มต้น ถ้าหากซื้อยากินเองตามคำชวนเชื่อหรือคำโฆษณาอาจจะทำให้ไตวายเร็วขึ้นและเสียชีวิตได้




[Advertorial]

แพ้ยา ทำอย่างไร มีอาการอย่างไร หายแพ้ได้หรือไม่

แพ้ยา ทำอย่างไร มีอาการอย่างไร หายแพ้ได้หรือไม่

5 ข้อควรรู้ ก่อนใช้ยา “มหาหิงค์”

5 ข้อควรรู้ ก่อนใช้ยา “มหาหิงค์”

อยากลองไหม? วิตามินมาในรูปขนมเจลลี่หอมหวานแสนอร่อย

อยากลองไหม? วิตามินมาในรูปขนมเจลลี่หอมหวานแสนอร่อย

ชี้! คนไทยไตวายอันดับ 3 ในอาเซียน เผยกินยาแบบผิดๆ

ชี้! คนไทยไตวายอันดับ 3 ในอาเซียน เผยกินยาแบบผิดๆ

“พาราเซตามอล” กินพร่ำเพรื่อ เสี่ยงตับพัง

“พาราเซตามอล” กินพร่ำเพรื่อ เสี่ยงตับพัง

อันตรายจากสมุนไพรขับประจำเดือน กระชับมดลูก

อันตรายจากสมุนไพรขับประจำเดือน กระชับมดลูก

กินยาคุมแล้ว ทำไมยังท้องได้?

กินยาคุมแล้ว ทำไมยังท้องได้?

5 อันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการทาน “ฟ้าทะลายโจร”

5 อันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการทาน “ฟ้าทะลายโจร”

ระวัง! 5 ยาอันตรายขายเกลื่อนเน็ต เสี่ยงเสียชีวิต

ระวัง! 5 ยาอันตรายขายเกลื่อนเน็ต เสี่ยงเสียชีวิต

10 ข้อควรรู้ก่อน “ดมยาสลบ” เพื่อรับการผ่าตัด

10 ข้อควรรู้ก่อน “ดมยาสลบ” เพื่อรับการผ่าตัด

อย่ากิน! “ไซบูทรามีน” ในอาหารเสริมลดน้ำหนัก เสี่ยงเสียชีวิต!

อย่ากิน! “ไซบูทรามีน” ในอาหารเสริมลดน้ำหนัก เสี่ยงเสียชีวิต!

ยาคุมกำเนิด กินอย่างไรให้ถูกวิธี ป้องกันการตั้งครรภ์ได้แน่นอน

ยาคุมกำเนิด กินอย่างไรให้ถูกวิธี ป้องกันการตั้งครรภ์ได้แน่นอน

มีจริงหรือ? “ยาป้าย” อาวุธร้ายของมิจฉาชีพ

มีจริงหรือ? “ยาป้าย” อาวุธร้ายของมิจฉาชีพ

ยาพาราเซตามอล เม็ดเดียว หรือ 2 เม็ดดี?

ยาพาราเซตามอล เม็ดเดียว หรือ 2 เม็ดดี?

5 วิธีกินยาสมุนไพรแบบผิดๆ เสี่ยงอันตรายถึงชีวิต

5 วิธีกินยาสมุนไพรแบบผิดๆ เสี่ยงอันตรายถึงชีวิต

น่าเป็นห่วง! ฟาร์มหมูไทย เสี่ยงแพร่เชื้อดื้อยา เพราะ “โคลิสติน”

น่าเป็นห่วง! ฟาร์มหมูไทย เสี่ยงแพร่เชื้อดื้อยา เพราะ “โคลิสติน”

ยาดักจับไขมัน ลดความอ้วนได้จริง หรืออันตรายถึงชีวิต?

ยาดักจับไขมัน ลดความอ้วนได้จริง หรืออันตรายถึงชีวิต?

“ยาฉีด” หายเร็วกว่า “ยากิน” จริงหรือ?

“ยาฉีด” หายเร็วกว่า “ยากิน” จริงหรือ?

ไขข้อสงสัย! “พาราเซตามอล” ทานเม็ดเดียว หรือ 2 เม็ด?

ไขข้อสงสัย! “พาราเซตามอล” ทานเม็ดเดียว หรือ 2 เม็ด?

ข้อควรระวัง ก่อนกิน “ยาแก้แพ้”

ข้อควรระวัง ก่อนกิน “ยาแก้แพ้”

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์