คุณหรือเปล่า? ที่กำลังเสี่ยงภาวะ “ต่อมหมวกไตอ่อนล้า”

คุณหรือเปล่า? ที่กำลังเสี่ยงภาวะ “ต่อมหมวกไตอ่อนล้า”

คุณหรือเปล่า? ที่กำลังเสี่ยงภาวะ “ต่อมหมวกไตอ่อนล้า”

Sanook! (Rewrite)

สนับสนุนเนื้อหา

มีคนจำนวนไม่น้อยที่เอาใจใส่ดูแลสุขภาพของตนเองเป็นอย่างดี  ทั้งเข้ายิม ออกกำลังกาย ทั้งเลือกรับประทานอาหารคลีน แต่ก็ยังไม่รู้สึกว่าสุขภาพยังไม่ค่อยดีเท่าไร บางคนทำทุกวิถีทางที่จะผ่อนคลาย ไม่เครียด แต่ก็ยังมีโมโหง่าย และนอนไม่หลับ หรือบางคนก็มีโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ ปอดอักเสบ ปอดบวมกันอยู่บ่อยๆ

ไม่ว่าเราจะดูแลตัวเองดีแค่ไหนแล้วก็ตาม แต่ปัญหาเหล่านี้ ก็ยังคงรบกวนการดำเนินชีวิต หากคุณเป็นคนหนึ่งเป็นเช่นนี้ อาจจะเป็นไปได้ว่าคุณอาจจะประสบภาวะต่อมหมวกอ่อนล้าเข้าให้แล้ว

ผู้ทีมีภาวะต่อมหมวกไตอ่อนล้า มาเป็นเวลานาน อาจจะส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตและความเจ็บป่วย ยิ่งปล่อยไว้นาน ก็ยิ่งทำให้ต่อมหมวกไตทำงานหนัก ทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย

 

ต่อมหมวกไต สำคัญอย่างไร?

ต่อมหมวกไต รับคำสั่งจากสมอง และตอบสนองออกมาเป็นความเครียดในหลายรูปแบบ ทั้งทางกาย และทางอารมณ์ รวมทั้งยังมีผลต่อฮอร์โมน การผลิตพลังงาน และการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายด้วย

หากเราปล่อยให้ร่างกายของเราได้รับน้ำในปริมาณไม่สมดุล ไม่ได้รับการเยียวยา ไม่ได้รับการพักผ่อน ไม่ได้รับอาหารที่มีคุณประโยชน์ นั่นย่อมส่งผลกระทบต่อการทำงานของต่อมหมวกไตด้วย และจากนั้น ร่างกายก็จะส่งสัญญาณเตือนต่าง ๆ นานา ดังที่ได้กล่าวข้างต้นออกมา

อย่างไรก็ตาม วิธีที่จะช่วยให้การทำงานของต่อมหมวกไตดีขึ้น ตามแนวธรรมชาติ ก็มีเช่นกัน ดังนี้

  • ประเมินวิถีดำเนินชีวิตของตัวเอง ให้มีความเหมาะสม หากพบว่ามีสิ่งใดบกพร่อง ก็ให้รีบแก้ไข เช่น ขาดการรับประทานอาหารที่มีคุณค่าหรือไม่ หรือขาดการพักผ่อน การออกกำลังกาย

  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เพราะการนอนที่เพียงพอนั้น เป็นสิ่งที่ร่างกายของคนทุกคนต้องการ

  • ดื่มน้ำในปริมาณที่เพียงพอ

  • บำรุงร่างกายด้วยการเสริมแร่ธาตุ วิตามิน เช่นวิตามินซี ที่เราสามารถหาได้จากการดื่มน้ำมะนาว เป็นต้น

  • รับประทานอาหารให้เพียงพอ และเลือกรับประทานอาหารที่มีคุณค่า พวกปลา ตับ และอย่าอดอาหาร

  • พยายามรักษาความสมดุลในร่างกายทุกๆ ด้าน

หากคุณพบว่า คุณเป็นคนหนึ่งที่มีภาวะต่อมหมวกไตอ่อนล้า ให้พยายามจำให้ขึ้นใจว่า การดูแลตนเองตามวิธีธรรมชาติเป็นสิ่งที่สำคัญ เลือกรับประทานอาหารคลีน อาหารที่มีประโยชน์ และหมั่นทำตามคำแนะนำข้างต้น แต่ถ้าหากว่า หลังปฏิบัติตัวอย่างดี ต่อเนื่องมาเป็นเวลานานถึง 2 เดือนแล้ว ยังไม่พบว่ามีอาการใดๆ ดีขึ้น ควรจะปรึกษาแพทย์ เพื่อเข้ารับการตรวจวินิจฉัยและรักษาต่อไป

ขอขอบคุณ

ข้อมูล : Breaking Muscle

6 สัญญาณอันตราย ก่อน “ไหลตาย”

6 สัญญาณอันตราย ก่อน “ไหลตาย”

"หวัดเรื้อรัง" เมื่อไหร่จะหายสักที

"หวัดเรื้อรัง" เมื่อไหร่จะหายสักที

ปวดหัวแบบไหน เสี่ยง “เนื้องอกในสมอง”

ปวดหัวแบบไหน เสี่ยง “เนื้องอกในสมอง”

5 โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ พบมากไม่แพ้เอดส์

5 โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ พบมากไม่แพ้เอดส์

ชาปลายมือปลายเท้า เป็นโรคอะไร?

ชาปลายมือปลายเท้า เป็นโรคอะไร?

5 ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับโรคเบาหวานที่คุณอาจไม่เคยรู้

5 ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับโรคเบาหวานที่คุณอาจไม่เคยรู้

จริงหรือไม่? อาหารปิ้งย่าง ตัดส่วนไหม้ออก ลดเสี่ยงมะเร็ง?

จริงหรือไม่? อาหารปิ้งย่าง ตัดส่วนไหม้ออก ลดเสี่ยงมะเร็ง?

ปวดหัวบ่อยแค่ไหน ถึงเรียกว่า “ผิดปกติ”

ปวดหัวบ่อยแค่ไหน ถึงเรียกว่า “ผิดปกติ”

เตือน! “โรคลีเจียนแนร์” นักท่องเที่ยวเสี่ยงติดเชื้อจากโรงแรม-ที่พัก

เตือน! “โรคลีเจียนแนร์” นักท่องเที่ยวเสี่ยงติดเชื้อจากโรงแรม-ที่พัก

ยืนยัน! ไข้เลือดออกสายพันธุ์ใหม่ไม่มีจริง ยังมี 4 สายพันธุ์เท่าเดิม

ยืนยัน! ไข้เลือดออกสายพันธุ์ใหม่ไม่มีจริง ยังมี 4 สายพันธุ์เท่าเดิม

ระวัง! โรคแทรกซ้อนจากภาวะ "ความดันสูง"

ระวัง! โรคแทรกซ้อนจากภาวะ "ความดันสูง"

ทำไม? ชาวออฟฟิศถึงเสี่ยงเป็น "กระเพาะปัสสาวะอักเสบ"

ทำไม? ชาวออฟฟิศถึงเสี่ยงเป็น "กระเพาะปัสสาวะอักเสบ"

4 สัญญาณอันตราย ได้เวลารักษา “รากฟัน”

4 สัญญาณอันตราย ได้เวลารักษา “รากฟัน”

มะเร็ง เกิดจากอะไร? ทำไมถึงไม่ได้เป็นกันทุกคน?

มะเร็ง เกิดจากอะไร? ทำไมถึงไม่ได้เป็นกันทุกคน?

9 สัญญาณอันตราย โรค "นิ่วในไต"

9 สัญญาณอันตราย โรค "นิ่วในไต"

7 สัญญาณอันตราย มะเร็งลำไส้ใหญ่

7 สัญญาณอันตราย มะเร็งลำไส้ใหญ่

เป็นโรคไต กินอะไร? ห้ามกินอะไร?

เป็นโรคไต กินอะไร? ห้ามกินอะไร?

โบ แวนดา ย้ำ! อย่าเสี่ยงกับความรุนแรงของไข้เลือดออก

โบ แวนดา ย้ำ! อย่าเสี่ยงกับความรุนแรงของไข้เลือดออก

พฤติกรรมเสี่ยง 3 โรครวด เบาหวาน-ความดัน-ไตวาย

พฤติกรรมเสี่ยง 3 โรครวด เบาหวาน-ความดัน-ไตวาย

ติดเชื้อในกระแสเลือด คืออะไร? อันตรายแค่ไหน?

ติดเชื้อในกระแสเลือด คืออะไร? อันตรายแค่ไหน?

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์