8 วิธีลดความเสี่ยง “มะเร็งต่อมลูกหมาก”

8 วิธีลดความเสี่ยง “มะเร็งต่อมลูกหมาก”

8 วิธีลดความเสี่ยง “มะเร็งต่อมลูกหมาก”

Amarin

สนับสนุนเนื้อหา

ถ้าผู้หญิงกลัวมะเร็งเต้านม และมะเร็งปากมดลูก หนึ่งในมะเร็งที่เหล่าผู้ชายกลัวกันมาก คงหนีไม่พ้น ที่พบในผู้ชายมากขึ้นทั้งในประเทศฝั่งตะวันตก และเอเชีย

ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก คือ ผู้ชายที่มีอายุ 65 ขึ้นไป หรือผู้ที่คนในครอบครัวมีประวัติว่าเคยเป็นโรคนี้

แต่ถึงแม้ว่า “ยีน” หรือกรรมพันธุ์จะมีส่วนที่จะเป็นปัจจัยเสี่ยงโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก แต่งานวิจัยพบว่า พฤติกรรมการบริโภคที่ไม่ดี อาจนำไปสู่สาเหตุของการเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากได้เช่นกัน และยังมีรายงานวิจัยเพิ่มเติมว่า การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการบริโภค มีส่วนช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งต่อมลูกหมากได้

 

1. ลดน้ำหนัก

ผู้ที่มีน้ำหนักเกินมาตรฐาน โดยเฉพาะผู้ชายที่อยู่ในภาวะ “อ้วนลงพุง” มีความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากสูงกว่าผู้ที่มีน้ำหนักตามเกณฑ์มาตรฐาน

 

2. ลดอาหารไขมันสูง

ไขมัน เป็นตัวเร่งให้เซลล์มะเร็งเจริญเติบโตได้ดีขึ้น นอกจากจะเป็นสาเหตุของโรคอ้วนตามข้อ 1 แล้ว ไขมันยังทำให้ระดับฮอร์โมนเพศสูง ระดับฮอร์โมนที่สูงขึ้นมีความสัมพันธ์กับการเกิดโรคมะเร็ง ทั้งในผู้ชาย และผู้หญิง

กรดไขมันอิ่มตัว และไขมันทรานส์ เป็นอันตรายที่สุด นอกจากนี้กรดไขมันไม่อิ่มตัวหลายตำแหน่ง เช่น กรดไลโนเลอิก หรือกรดโอเมก้า-6 (เช่น จากน้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันเมล็ดทานตะวัน น้ำมันข้าวโพด) ถึงแม้ว่าจะช่วยลดคอเลสเตอรอล แต่ถ้าทานมากเกินไป อาจกระตุ้นเซลล์มะเร็งได้

ไขมันที่ช่วยต้านมะเร็ง คือ กรดไขมันโอเมก้า-3 ที่สามารถพบได้ในปลาทะเล และปลาน้ำจืดบางชนิด เช่น ปลาช่อน ปลาดุกด้าน ปลาเนื้ออ่อน ปลาสลิด ปลาหอมไทย ปลานิล ปลาโอ และปลากราย สามารถป้องกันโรคหัวใจ และโรคมะเร็งได้ นอกจากนี้ยังมีกรดไขมันไม่อิ่มตัวตำแหน่งเดียว ที่มาจากน้ำมันมะกอก น้ำมันเมล็ดชา น้ำมันรำข้าว น้ำมันถั่วลิสง นอกจากจะช่วยลดไขมันไม่ดีในร่างกายแล้ว ยังช่วยป้องกันโรคมะเร็งได้อีกเช่นกัน

 

3. จำกัดเนื้อแดง (เนื้อสัตว์ใหญ่)

ในเนื้อแดงจะมีไขมันแทรกอยู่ไม่น้อย ดังนั้นการกินเนื้อมาก แม้จะเป็นเนื้อที่ไม่ติดมัน แต่ก็ทำให้ร่างกายได้รับไขมันเพิ่มขึ้นด้วย จากรายงานการวิจัยของมหาวิทยาลัยฮาร์เวิร์ด ประเทศสหรัฐอเมริกา พบว่า ชายที่กินไขมันเฉลี่ยวันละ 30.5 กรัมจากเนื้อแดงมีโอกาสเสียชีวิตจากมะเร็งต่อมลูกหมากมากกว่าชายที่กินไขมันจากเนื้อแดงเพียงวันละ 3.2 กรัม ฉะนั้นถ้าคุณผู้ชายกินเนื้อให้น้อยลง ก็จะสามารถลดโอกาสการเกิดมะเร็ง และลดไขมันในเลือดไปในตัว

 

4. กินถั่วเหลืองแทนโปรตีนจากเนื้อแดง

งานวิจัยเบื้องต้นพบว่า โปรตีนถั่วเหลืองในรูปเต้าหู้ แป้งถั่วเหลือง และนมถั่วเหลือง ให้ผลไม่แพ้อาหารโปรตีนไขมันต่ำ และสามารถชะลอความรุนแรงของมะเร็งต่อมลูกหมากได้ เพราะถั่วเหลืองมีฮอร์โมนพืชที่เรียกว่า “ไฟโตเอสโทรเจน” ช่วยเพิ่มปริมาณเอสโทรเจนในชาย ทำให้เกิดสมดุลของฮอร์โมนเพศชาย

 man-veggieistockphoto

 

5. เน้นผัก ผลไม้ และเมล็ดธัญพืชต่างๆ

โดยเฉพาะผักผลไม้ที่อุดมไปด้วยสารแคโรทีนอยด์ หรือผลไม้ที่มีสีเขียวจัด สีแดง ส้ม เหลือง รวมถึงธัญพืช และถั่วเมล็ดแห้งต่างๆ ที่มีสารไอโซฟลาโวนสูง ช่วยลดการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมาก นอกจากนี้ผักผลไม้ที่มีวิตามินซี และเส้นใยอาหาร ยังช่วยป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่ และโรคหัวใจได้อีกด้วย

ควรทานผักให้ได้วันละ 2 ½ ถ้วยตวง และผลไม้ 2 ถ้วยตวง โดยพยายามเลือกผักผลไม้ที่มีสีเข้มจัดให้บ่อยขึ้น (หากเป็นผู้ป่วยโรคไต ให้หลีกเลี่ยงผักผลไม้สีเข้ม อ่านต่อ >> ผักที่ควรเลือก และควรเลี่ยง สำหรับผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง)

 

6. ทานมะเขือเทศให้มากขึ้น

เพราะในมะเขือเทศมีไลโคปีนสูง ซึ่งเป็นสารในตระกูลแคโรทีนอยด์ มีฤทธิ์ต้านปฏิกิริยาอนุมูลอิสระมากเป็นสองเท่าของสารเบต้าแคโรทีน และมีผลในการป้องกันมะเร็งต่อมลูกหมาก นอกจากนี้มะเขือเทศที่ผ่านความร้อน ถูกนำไปปรุงสุก จะปลดปล่อยสารไลโคปีนออกจากผนังเซลล์ได้ดีกว่ามะเขือเทศสด ทำให้ร่างกายดูดซึมได้ดีขึ้น เพิ่มฤทธิ์ในการป้องกันมะเร็ง (แต่มะเขือเทศสดจะพบวิตามินซีมากกว่า เพราะวิจามินซีถูกทำลายจากความร้อนได้ง่าย)

 

7. ทานอาหารที่มีวิตามินดีสูง

แม้ว่าประเทศไทยจะอุดมไปด้วยแสงแดดแรงกล้า ที่มีส่วนช่วยสร้างวิตามินดีในผิวหนังได้ แต่กลับมีการวิจัยพบว่า คนไทยส่วนใหญ่ขาดวิตามินดี เนื่องมาจากไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปจากแต่ก่อนนั่นเอง เราจึงควรทานอาหารที่มีวิตามินดีสูงทดแทน เช่น นม (แนะนำนมพร่อมมันเนย) ไข่แดง ปลาทะเล เห็ดหอม หรือเสริมวิตามินดีเพิ่มเติมตามที่แพทย์เห็นสมควร

 

8. ออกกำลังกาย

งานวิจัยพบว่า การออกกำลังกายแบบหนัก 3 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ควบคู่ไปกับการดูแลอาหารการกินตามคำแนะนำด้านบน จะช่วยลดความเสี่ยงในการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งต่อมลูกหมากได้มากถึง 61%

 

ไม่ยากเลยใช่ไหมคะ หากคุณผู้ชายทั้งหลายทำตามเคล็ดลับทั้ง 8 ข้อนี้ได้ รับรองว่ามะเร็งต่อมลูกหมากไม่มาย่ำกรายชีวิตของคุณแน่นอน เผลอๆ จะได้สุขภาพที่ดีขึ้น ร่างกายฟิตแอนด์เฟิร์มมากยิ่งขึ้น จนสาวๆ เข้ามาหลงรักมากขึ้นอีกด้วยนะ ก่อนไปขอฝากอีกเรื่อง ลดการดื่มแอลกกอฮอล์ และสูงบุหรี่ด้วย ก็จะทำให้คุณลดการเสี่ยงเป็นมะเร็งในส่วนอื่นๆ ได้อีกมากเลยล่ะค่ะ

6 สัญญาณอันตราย ก่อน “ไหลตาย”

6 สัญญาณอันตราย ก่อน “ไหลตาย”

"หวัดเรื้อรัง" เมื่อไหร่จะหายสักที

"หวัดเรื้อรัง" เมื่อไหร่จะหายสักที

ปวดหัวแบบไหน เสี่ยง “เนื้องอกในสมอง”

ปวดหัวแบบไหน เสี่ยง “เนื้องอกในสมอง”

5 โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ พบมากไม่แพ้เอดส์

5 โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ พบมากไม่แพ้เอดส์

ชาปลายมือปลายเท้า เป็นโรคอะไร?

ชาปลายมือปลายเท้า เป็นโรคอะไร?

5 ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับโรคเบาหวานที่คุณอาจไม่เคยรู้

5 ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับโรคเบาหวานที่คุณอาจไม่เคยรู้

จริงหรือไม่? อาหารปิ้งย่าง ตัดส่วนไหม้ออก ลดเสี่ยงมะเร็ง?

จริงหรือไม่? อาหารปิ้งย่าง ตัดส่วนไหม้ออก ลดเสี่ยงมะเร็ง?

ปวดหัวบ่อยแค่ไหน ถึงเรียกว่า “ผิดปกติ”

ปวดหัวบ่อยแค่ไหน ถึงเรียกว่า “ผิดปกติ”

เตือน! “โรคลีเจียนแนร์” นักท่องเที่ยวเสี่ยงติดเชื้อจากโรงแรม-ที่พัก

เตือน! “โรคลีเจียนแนร์” นักท่องเที่ยวเสี่ยงติดเชื้อจากโรงแรม-ที่พัก

ยืนยัน! ไข้เลือดออกสายพันธุ์ใหม่ไม่มีจริง ยังมี 4 สายพันธุ์เท่าเดิม

ยืนยัน! ไข้เลือดออกสายพันธุ์ใหม่ไม่มีจริง ยังมี 4 สายพันธุ์เท่าเดิม

ระวัง! โรคแทรกซ้อนจากภาวะ "ความดันสูง"

ระวัง! โรคแทรกซ้อนจากภาวะ "ความดันสูง"

ทำไม? ชาวออฟฟิศถึงเสี่ยงเป็น "กระเพาะปัสสาวะอักเสบ"

ทำไม? ชาวออฟฟิศถึงเสี่ยงเป็น "กระเพาะปัสสาวะอักเสบ"

4 สัญญาณอันตราย ได้เวลารักษา “รากฟัน”

4 สัญญาณอันตราย ได้เวลารักษา “รากฟัน”

มะเร็ง เกิดจากอะไร? ทำไมถึงไม่ได้เป็นกันทุกคน?

มะเร็ง เกิดจากอะไร? ทำไมถึงไม่ได้เป็นกันทุกคน?

9 สัญญาณอันตราย โรค "นิ่วในไต"

9 สัญญาณอันตราย โรค "นิ่วในไต"

7 สัญญาณอันตราย มะเร็งลำไส้ใหญ่

7 สัญญาณอันตราย มะเร็งลำไส้ใหญ่

เป็นโรคไต กินอะไร? ห้ามกินอะไร?

เป็นโรคไต กินอะไร? ห้ามกินอะไร?

โบ แวนดา ย้ำ! อย่าเสี่ยงกับความรุนแรงของไข้เลือดออก

โบ แวนดา ย้ำ! อย่าเสี่ยงกับความรุนแรงของไข้เลือดออก

พฤติกรรมเสี่ยง 3 โรครวด เบาหวาน-ความดัน-ไตวาย

พฤติกรรมเสี่ยง 3 โรครวด เบาหวาน-ความดัน-ไตวาย

ติดเชื้อในกระแสเลือด คืออะไร? อันตรายแค่ไหน?

ติดเชื้อในกระแสเลือด คืออะไร? อันตรายแค่ไหน?

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์