กินอย่างไร ช่วยลดความเสี่ยง “มะเร็งเต้านม”

กินอย่างไร ช่วยลดความเสี่ยง “มะเร็งเต้านม”

กินอย่างไร ช่วยลดความเสี่ยง “มะเร็งเต้านม”

Amarin

สนับสนุนเนื้อหา

แม้ว่าอันที่จริงแล้ว สถิติของผู้หญิงที่เสียชีวิตจากโรคหัวใจ และหลอดเลือด จะมากกว่าโรคมะเร็งเต้านมถึง 10 เท่าก็ตาม แต่ผู้หญิงอย่างเราๆ หลายคนก็ยังหวาดกลัวกับโรคนี้ เพราะไม่ใช่แค่เป็นโรคมะเร็งธรรมดาๆ ที่พบในผู้หญิง 1 ใน 8 คนเท่านั้น แต่ยังกังวลเรื่องของการรักษาที่อาจต้องผ่าตัดเอาเต้านมออกไป ทำให้ผู้หญิงหลายคนแค่คิดก็ต้องถอนหายใจเสียแล้ว แต่ไม่ต้องกังวลกันให้มากเกินไปค่ะ อาหารการกินที่เราทานกันอยู่ทุกวัน หากทานเป็น เราก็จะลดความเสี่ยงในการเป็นโรคได้

 

  1. อย่ากินมากเกินไปจนอ้วน

    istock-492364907iStock

เรื่องง่ายๆ ที่หลายๆ คนทำไม่ได้ เพราะตามใจปากมากเกินไป แต่ขอให้รู้ไว้ว่า งานวิจัยระบุว่า น้ำหนักทุกๆ 5 กิโลกรัมที่เพิ่มขึ้นในช่วงวัยผู้ใหญ่ สามารถเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งเต้านมได้มากถึง 5% เลยทีเดียว เพราะคนอ้วนมีไขมันสะสมในร่างกายมากกว่าปกติ ไขมันจะกระตุ้นการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง นอกจากนี้ผู้หญิงที่มีรูปร่างอ้วนในรูปทรงลูกแอปเปิ้ล คือ อ้วนลงพุง การมีไขมันสะสมที่หน้าท้องมาก หมายถึงมีระดับฮอรโมนเอสโทรเจนมากตามไปด้วย และนั่นก็หมายถึงความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งเต้านมมากขึ้นตามไปด้วยนั่นเอง

 

  1. เลือกทานชนิดไขมัน

    istock-531464366iStock

มีรายงานวิจัยมากมายบ่งชี้ว่า อาหารไขมันสูงเพิ่มอัตราการเกิดมะเร็งในเต้านมได้ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับชนิดของไขมันด้วย ผู้หญิงที่บริโภคไขมันจากสัตว์ โดยเฉพาะจากเนื้อแดง และนมที่มีไขมันสูงมากที่สุด (หรือราว 28% ของพลังงาน) มีโอกาสเกิดมะเร็งเต้านมได้มากกว่าผู้หญิงที่บริโภคไขมันสัตว์น้อยที่สุด (หรือราว 12% ของพลังงาน) ถึง 33% และยังพบว่า น้ำมันพืช กรมไขมันไม่อื่มตัวหลายตำแหน่ง ไขมันทรานส์ น้ำมันปลา และอาหารที่มีคอเลสเตอรอล ไม่มีทีท่าว่าจะทำให้เกิดมะเร็งเต้านม

นอกจากนี้ไขมันจากเนื้อแดงที่ปรุงสุกโดยใช้ความร้อนสูง โดยเฉพาะวิธีปิ้งย่าง จะมีสารก่อมะเร็งเกิดขึ้นได้ ดังนั้นจึงมีข้อแนะนำว่า ควรจำกัดเนื้อแดง และเนื้อสัตว์แปรรูปไม่เกินสัปดาห์ละครึ่งกิโลกรัม

 

  1. ผักผลไม้ถนอมเต้า

    istock-584747904iStock

ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคมะเร็งต่างเห็นตรงกันว่า การกินผักผลไม้เป็นประจำช่วยป้องกันโรคมะเร็งเต้านมได้ เพราะผักผลไม้อุดมไปด้วยสารอาหารที่ดีต่อร่างกาย เช่น วิตามิน เบต้าแคโรทีน และสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยป้องกันมะเร็งได้ นอกจากนี้ผักผลไม้ยังช่วยลดพลังงานในมื้ออาหารด้วย

 

  1. กินถั่วเหลืองพอประมาณ

    istock-500393769iStock

ถั่วเหลืองมีสารไอโซฟลาโวน หรือฮอร์โมนพืช ซึ่งเป็นพฤกษเคมีที่มีฤทธิ์น้อยกว่าฮอร์โมนเอสโทรเจนของคน นอกจากถั่วเหลืองจะช่วยต่อต้านมะเร็งเต้านมแล้ว นักวิจัยยังเชื่ออีกว่าฮอร์โมนพืชสามารถจับกับตัวรับของฮอร์โมนเอสโทรเจน และยับยั้งเอสโทรเจนไม่ให้เข้าไปในเซลล์เต้านม ซึ่งอาจจะกระตุ้นการเจริญของเซลล์มะเร็งได้

แม้ว่าจะมีงานวิจัยที่พบว่าการบริโภคถั่วเหลืองอาจกระตุ้นการเจริญของเซลล์มะเร็งที่ขึ้นกับระดับฮอร์โมนเอสโทรเจนในหญิงวัยหมดประจำเดือน แต่ผลการกระตุ้นนั้นพบว่าไม่มาก นอกจากนี้การบริโภคถั่วเหลืองในวัยหนุ่มสาว จะช่วยป้องกันมะเร็งในวัยผู้ใหญ่ได้

สำหรับผู้หญิงที่ไม่มีความเสี่ยงมะเร็งเต้านม สามารถบริโภคถั่วเหลืองได้ไม่เกินวันละ 2 ส่วน แต่ผู้หญิงที่มีความเสี่ยงต่อมะเร็งเต้านมสูง ควรบริโภคถั่วเหลืองไม่เกินสัปดาห์ละ 2-3 ส่วน และงดการเสริมสรไอโซฟลาโวนซึ่งมีปริมาณมากกว่าถั่วเหลืองหลายเท่า

(ถั่วเหลือง 1 ส่วน หมายถึง แป้งถั่วเหลือง ½ ถ้วยตวง, นมถั่วเหลือง 240 มิลลิลิตร, เต้าหู้ ½ ถ้วยตวง, โปรตีนเกษตร หรือถั่วเหลืองสุก ½ ถ้วยตวง)

 

  1. ระมัดระวังในการดื่มแอลกอฮอล์

    istock-520882792iStock

ยิ่งดื่ม ก็ยิ่งเสี่ยงมาก คิดตามกันได้ง่ายๆ การดื่มวันละ 2 ดริ๊งค์ เพิ่มความเสี่ยงมะเร็งเต้านมได้ถึง 40% และเมื่อดื่มต่อเป็นดริ๊งค์ที่ 3 ก็จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงไปถึง 70% เลยทีเดียว นอกจากนี้สำหรับผู้หญิงที่ย่างเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน การดื่มแอลกอฮอล์ทำให้กระดูกบางได้

(1 ดริ๊งค์ เท่ากับ เบียร์ 1 กระป๋อง หรือ 1 แก้ว ขนาด 360 ซีซี, ไวน์ 1 แก้ว 150 ซีซี หรือวิสกี้ 45 ซีซี)

สำหรับผู้ที่จำเป็นต้องดื่มอย่างสม่ำเสมอ ควรทางอาหารที่มีโฟเลตสูง (พบมากในผักใบเขียว น้ำส้มคั้น ถั่วต่างๆ และวิตมินรวม) จะช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งเต้านมจากแอลกอฮอล์ได้ ปริมาณโฟเลตที่ให้ผลในการป้องกันมากที่สุดอยู่ที่วันละ 600 ไมโครกรัม

 

  1. ออกกำลังกาย

    istock-623680490iStock

การออกกำลังกายเป็นประจำจะช่วยลดโอกาสในการเป็นโรคมะเร็งเต้านมได้มากถึง 40% สำหรับหญิงวัยหมดประจำเดือนที่ออกกำลังกายสัปดาห์ละเกือบ 4 ชั่วโมง สามารถลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งเต้านมได้มากถึง 50%

 

ทั้งนี้ หากไม่แน่ใจว่าตัวเองกำลังอยู่ในภาวะเสี่ยงไหม สามารถเข้ารับการตรวจจากแพทย์เฉพาะทางได้ที่โรงพยาบาลชั้นนำทั่วประเทศค่ะ

5 กลุ่มโรคอันตรายที่มากับหน้าฝน

5 กลุ่มโรคอันตรายที่มากับหน้าฝน

มะเร็งหลังโพรงจมูก กับ 4 สาเหตุสำคัญของโรค

มะเร็งหลังโพรงจมูก กับ 4 สาเหตุสำคัญของโรค

"อายเพราะอ้วน" สาเหตุผู้ป่วยเบาหวานปกปิดอาการ จนส่งผลระยะยาว

"อายเพราะอ้วน" สาเหตุผู้ป่วยเบาหวานปกปิดอาการ จนส่งผลระยะยาว

อุจจาระเป็นเลือด เสี่ยง 6 โรคร้ายสุดอันตราย

อุจจาระเป็นเลือด เสี่ยง 6 โรคร้ายสุดอันตราย

“ปวดตับ” อย่ามองข้าม

“ปวดตับ” อย่ามองข้าม

คุณรู้จัก “โรคไทรอยด์” ดีแล้วหรือยัง?

คุณรู้จัก “โรคไทรอยด์” ดีแล้วหรือยัง?

ไทรอยด์เป็นพิษ ลอง “นวดกดจุด” ด้วยตัวเอง

ไทรอยด์เป็นพิษ ลอง “นวดกดจุด” ด้วยตัวเอง

ทำไมถึง “ท้องนอกมดลูก”

ทำไมถึง “ท้องนอกมดลูก”

สายตาสั้น แก่ตัวลงสายตาจะยาวขึ้นจนกลายเป็นปกติหรือไม่?

สายตาสั้น แก่ตัวลงสายตาจะยาวขึ้นจนกลายเป็นปกติหรือไม่?

กินอย่างไร ช่วยลดความเสี่ยง “มะเร็งเต้านม”

กินอย่างไร ช่วยลดความเสี่ยง “มะเร็งเต้านม”

8 วิธีลดความเสี่ยง “มะเร็งต่อมลูกหมาก”

8 วิธีลดความเสี่ยง “มะเร็งต่อมลูกหมาก”

ผมร่วงมากแค่ไหน ต้องรีบปรึกษาแพทย์?

ผมร่วงมากแค่ไหน ต้องรีบปรึกษาแพทย์?

วิธีสังเกตอาการ “โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง”

วิธีสังเกตอาการ “โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง”

“ไวรัสตับอักเสบบี” รู้ก่อนปลอดภัย

“ไวรัสตับอักเสบบี” รู้ก่อนปลอดภัย

6 สัญญาณอันตราย “ตับอ่อนอักเสบ”

6 สัญญาณอันตราย “ตับอ่อนอักเสบ”

9 สิ่งควรระวัง เสี่ยงติดไข้เลือดออกในหน้าฝน

9 สิ่งควรระวัง เสี่ยงติดไข้เลือดออกในหน้าฝน

รู้ไว้ไม่เสียหาย! อาการปวดท้องข้างซ้าย ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ

รู้ไว้ไม่เสียหาย! อาการปวดท้องข้างซ้าย ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ

เช็คเลย! ไทรอยด์ของคุณ ทำงานผิดปกติอยู่หรือไม่?

เช็คเลย! ไทรอยด์ของคุณ ทำงานผิดปกติอยู่หรือไม่?

อันตราย! อาหารเสริมลดความอ้วน เสี่ยงตับพัง-เสียชีวิต

อันตราย! อาหารเสริมลดความอ้วน เสี่ยงตับพัง-เสียชีวิต

7 สัญญาณอันตราย “เบาหวาน” ไม่อ้วนก็เป็นได้

7 สัญญาณอันตราย “เบาหวาน” ไม่อ้วนก็เป็นได้

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์